2025 Singapore General Election
วิเคราะห์การเลือกตั้งทั่วไปประเทศสิงคโปร์ปี 2025
หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ผลเลือกตั้งปรากฎว่าพรรคกิจประชาชน (People's Action Party หรือ PAP) ได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นแบบถล่มทลาย (landslide) ซึ่งทำให้นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 14 นั้น รักษาแชมป์ไปต่ออีกสมัยในสภาฯ ชุดที่ 15
แต่มันก็มีลับลมคมในสุด ๆ แบบที่ร้องอุทาน WTF ขึ้นมาในใจ
ประกาศยุบสภา
นายกฯ ประกาศยุบสภาล่วงหน้าในวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นการยุบสภาล่วงหน้าแทนที่จัดการเลือกตั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นี้ (ล่วงหน้า 7 เดือน)
ก่อนที่จะข้ามไปสู่การลงสมัคร ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 กันเสียก่อน คณะกรรมการพิจารณากำหนดเขตเลือกตั้ง (Electoral Boundaries Review Committee) นั้นก็ต้องเตรียมแบ่งเขตกันเสียก่อน บ้างก็เพิ่มเขตเลือกตั้งใหม่ หรือยุบไปรวมกับเขตอื่น ซึ่งจะต้องทำให้เสร็จภายใน 4-11 เดือนก่อนถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งทั่วไปในสิงคโปร์มักจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน
แล้วนายกฯ ก็ชิงประกาศยุบสภาทันที 4 เดือนเป๊ะแบบไม่ขาดไม่เกินหลังจากที่มีการกำหนดเขตเลือกตั้งในเดือนมกราคม พ.ศ. 2568
แบ่งเขตปุ๊บ มึงประกาศยุบสภาปั๊บ
เตรียมการเลือกตั้งทั่วไป
การเลือกตั้งทั่วไปในสิงคโปร์มีการกำหนดอายุ 21 ปีขึ้นไปถึงจะมีสิทธิในการออกเสียง
หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการการสรรหาผู้สมัครและลงสมัคร เรียกกันว่า Nomination Day โดยจะให้ผู้สมัครทั้งแบบกลุ่มและแบบเดี่ยวได้ออกมาพูดปราศรัยคนละ 1 นาที ก็มีทั้งผู้สมัครแบบพรรคและแบบอิสระ
ชนะแบบใส ๆ
เขตเลือกตั้งแบบกลุ่ม Marine Parade–Braddell Heights ที่เพิ่งแบ่งเขตออกมาใหม่ได้ไม่นานที่มีอายุเพียง 4 เดือนก็ถูกนำมาใช้ในการเลือกตั้งนี้
กลุ่มผู้สมัครจาก PAP (พรรครัฐบาลเดิม) ก็เปิดตัว ส่งผู้สมัครแบบกลุ่มนี้ทันที และไม่มีผู้สมัครอื่น ๆ ลงแข่งขัน
ชนะไปเลย แถมเป็นครั้งที่ 4 อีกด้วย นับตั้งแต่การเลือกตั้ง 2011, 2015, 2020 และ 2025 ชนะแบบไร้คู่แข่ง
พรรคร่วมฝ่ายค้านก็โจมตีพรรคแรงงาน (Workers' Party หรือ WP) เพราะไม่ยอมสู้สุดใจ
แล้วใครมันจะไปหาผู้สมัครทัน
มัดจำเงินผู้สมัคร
การลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎรในสภานั้น ผู้สมัครต้องวางเงินมัดจำจำนวนหนึ่ง และจะได้รับเงินคืนเมื่อได้รับคะแนนเสียงเป็นอย่างน้อย 12.5% เป็นอย่างน้อยถึงจะได้รับเงินมัดจำคืน แต่ถ้าหากไม่ได้รับการเสียงโหวตตามที่กำหนด เงินมัดจำก็จะถูกริบเข้าสู่บัญชีกลางรัฐบาล
ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ นี้มีการกำหนดวางเงินมัดจำของผู้สมัครแต่ละคนเอาไว้ที่ 13,500 เหรียญสิงคโปร์ (ประมาณ 346,000 บาทไทย) ต่อผู้สมัครและต่อเขต แม้ว่าจะลงสมัครแบบกลุ่ม (GRC) ก็ต้องวางเงินมัดจำรายหัว
ผู้ลงสมัครในนามพรรคยังพอมีทางรอด อาจจะใช้เงินบริจาคทางพรรคในการลงสมัคร จะกังวลผู้ลงสมัครแบบอิสระหรือผู้สมัครหน้าใหม่ อาจเสียเงินมัดจำราคาสูงลิ่วนี้
สู้เพื่อเงินมัดจำ
เขต Tempines เขตเลือกตั้งกลุ่มแบบ 5 คน เขตเลือกตั้งที่ดุเดือดที่สุดเพราะว่ามีพรรคการเมืองลงสมัครมากถึง 4 พรรค แต่ว่าพรรคพลังประชาชน (People's Power Party) และพรรคชาติสามัคคี (National Solidarity Party) ได้รับคะแนนเสียงเพียง 0.43% และ 0.18% ตามลำดับจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต เงินมัดจำของผู้สมัครทั้ง 10 คนที่ได้รับคะแนนเสียงโหวตไม่ผ่านเกณฑ์โดนริบเข้ากระเป๋ารัฐบาลทั้งหมด ราว ๆ 67,500 เหรียญสิงคโปร์หรือประมาณ 1,728,000 บาท
แต่เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครแบบอิสระรอดค่ะ (ฮา) ทาง Jeremy Tan จากเขตเลือกตั้ง Mountbatten SMC ได้รับคะแนนเสียง 36.16% หรือทาง Darryl Lo ผู้สมัครอิสระจากเขต Radin Mas ได้รับคะแนนเสียง 23.47% รอด กลับกันผู้สมัครจากพรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อการปฏิรูป (People's Alliance for Reform) นาย Kumar Appavoo ได้คะแนนเสียงเพียง 7.36% โดนริบเงินมัดจำ
เป็นการริบเงินมัดจำที่สูงสุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์การเมืองสิงคโปร์ (27 คน)
เวลาหาเสียง 9 วัน
หลังจากวันลงรับสมัคร (Nomination Day) แล้ว ก็เหลือเพียงระยะเวลา 9 วันสำหรับการปราศรัย แจกกระดาษ เชิญชวนผู้คนออกไปเลือกตั้งพรรคตนเอง ไม่มีเวทีดีเบต มีเพียงแต่รายการดีเบตจากทาง CNA (Channel NewsAsia)
แต่ก็ต้องอุทานกันอีกรอบให้กับ CNA หน่วยงานสื่อของรัฐบาลที่ไม่ค่อยเป็นกลางเท่าไหร่ เพราะเหมือนจัดสคริปต์กันมา แถมแบ่งเวลาได้แย่มาก
สมมุติว่ามีเวลาให้ 20 นาที แบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่ายรัฐบาล 10 นาทีและฝ่ายค้าน 10 นาที ส่วนฝ่ายค้านมีอยู่ประมาณ 5 พรรค เฉลี่ยพรรคละ 4 นาที ส่วนทางฝากฝั่งรัฐบาลได้เวลาหาเสียงไปเต็ม ๆ 10 นาที ไม่ต้องหารหรือแบ่งเวลากับใคร
สู้กันแบบไม่ยุติธรรม นอกจากจะต้องไปสู้กันนอกทีวี สู้บนเวทีปราศรัย
ส่วนผู้สมัครอิสระอย่าง Jeremy Tan ลากเก้าอี้ กระบอกน้ำ ไมค์ มาปราศรัยน้อย ๆ ข้างเวที เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ แต่ใครจะรู้เล่าว่ามีคนไปตั้งหน้าตั้งตารอพี่แกปราศรัยกันมากโข
หลังจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลง
แน่นอน PAP ได้รับชัยชนะในการจัดตั้งรัฐบาลไปต่ออีก 1 สมัย บางสำนักข่าวพาดหัวรายการเว่อร์วังอลังการมาก เขียนว่าเป็นแบบถล่มทลาย (landslide แบบใดในเขต Marine Parade–Braddell Heights)
เราสังเกตได้ว่า(บาง)คนเริ่มไม่เอา PAP กันแล้ว ที่เห็นได้ชัดเลยคือเขต Mountbatten มีเพียง 2 ผู้สมัคร คือถ้าไม่เอา PAP ก็จะโหวตให้ Jeremy Tan ผลก็คือ PAP ชนะแบบ 63.84% ส่วน 36.16% เป็นของ Jeremy Tan
การปราศรัยในสิงคโปร์ก็มีการโจมตีคู่แข่งเหมือนกับเวทีดีเบตในไทย แก้ไขปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพเป็นหลัก ไม่ค่อยมีนโบายสุดโต่งเหมือนในไทย เช่น ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ปัญหาเรื่อง 377A แถมแนวคิดบางอย่างก็คล้าย ๆ กับพรรคการเมืองไทย เช่น PAP ที่มีการแจกเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้ต่ำ
ผู้สมัครอิสระ
ในการเลือกตั้งทั่วไปจะไม่มีหมายเลข มีเพียงแต่โลโก้และชื่อเท่านั้น เช่น พรรค PAP ใช้รูปสายฟ้า พรรค WP ใช้รูปค้อน ส่วนผู้สมัครอิสระจะใช้รูปอะไรก็ได้ ผู้สมัครอิสระอย่าง Jeremy Tan เลือกใช้รูปสุนัขพันธุ์บีเกิ้ล เพราะเจ้าตัวเลี้ยงหมาที่บ้านเต็มบ้าน ส่วน Darryl Lo ใช้รูปเป็ด ให้เหตุผลว่าเป็ดดูสงบนิ่งเมื่อมันอยู่ในน้ำ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เท้ามันกำลังตีน้ำอยู่ตลอดเวลา
เราเชียร์ใคร
เราเชียร์พรรคแรงงาน (Workers' Party) ก็คือ Jamus Lim, Michael Thng และผู้สมัครอิสระ Jeremy Tan
Jamus Lim ผู้ลงสมัครแบบกลุ่มเขต Sengkang อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยและนักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจ
Michael Thng ผู้ลงสมัครแบบกลุ่มเขต Tampines
Jeremy Tan ผู้ลงสมัครอิสระ อดีตผู้ประกอบการธุรกิจ
ปิดท้ายด้วยคลิปฟาด วินาทีที่ 15.05 จากอาจารย์มหาวิทยาลัย Dr Felix Tan ฟาดรัฐบาลพรรค PAP ออกทีวี (แนวเดียวกับอาจารย์ปวิน) ว่าการปราศรัยแบบโจมตีคู่แข่ง (negative politics) ส่วนมากมาจากฟากฝั่งรัฐบาลเอง รบกวนโฟกัสที่ว่าใครเป็นคนเริ่มก่อน
Once you're a politician, always a politician even you don't contest for a seat
เมื่อคุณเป็นนักการเมืองแล้ว คุณจะเป็นนักการเมืองตลอดไป