Skip to main content

Khao Chon Kai Training Camp

· 13 min read

เข้าค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหารเขาชนไก่ 6 วัน 5 คืน วันที่ 31 มกราคม - 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เป็นการเข้าค่ายก่อนจบการศึกษานักศึกษาวิชาทหารปีที่ 3

วันเดินทาง

หลังจากที่เก็บของลงในกระเป๋าเป้สนามเรียบร้อย ก็เรียกวินมอเตอร์ไซค์แถวบ้านให้ไปส่งที่ป้ายรถเมล์ฝั่งถนนประชาชื่น เพื่อที่จะรอรถเมล์สาย 70 ที่จะวิ่งไปจุดนัดพบ (สวนเจ้าเชตุ) แต่ก็วุ่นวายทุกอย่าง เพราะว่าพอนั่งวินฯ ไปได้ครึ่งทาง ก็ต้องวกกลับมาบ้าน เพราะว่าลืมโทรศัพท์มือถือกับบัตรประจำตัวนักศึกษาฯ แต่พี่วินมอเตอร์ไซค์ก็ใจดี ยอมวิ่งไปส่งให้ แถมหมวกก็ปลิวตกถนนอีก ขี่รถวนกลับไปเก็บอีก พี่วินมอเตอร์ไซค์คงด่าในใจแล้วกระมั้ง

note

ก่อนหน้านั้นที่ไปเข้าค่ายรด. ปี 2 ตื่นมาเก็บของตอนตี 4 ไม่ทัน ต้องเตรียมล่วงหน้า

พอไปถึงที่จุดรวมพล แน่นอนว่ามาสาย เจอครูฝึกหน้าทางเข้า ถามว่าทำไมไม่ใส่ซิ่งกับรัดท็อปมา แต่ก็ปล่อยผ่าน ไล่ให้ไปรวมแถวในศูนย์

เราก็รู้ดีอยู่แล้วว่าถ้าไปถึงเขาชนไก่ ยังไงก็ต้องถอด เพราะไม่ได้ใช้ ก็เลยไม่ได้ใส่มาตั้งแต่บ้าน

ไปถึงปุ๊บก็ขึ้นรถ ด้นสด ไปนั่งรถบัสกับเด็กโรงเรียนอื่น คุณมาสาย คุณไม่มีสิทธิ์เลือกค่ะ แต่ถือว่าผลัดเดียวกันและมีจุดหมายปลายทางเดียวกัน

และได้ที่นั่งพิเศษ นั่งพื้นรถจ้า พื้นรถทัวร์ และไอ้ที่นั่งพื้นกันนั้นก็มาจากโรงเรียนเดียวกับเรา นั่งขัดสมาธิตั้งแต่สวนเจ้าเชตุไปถึงเขาชนไก่ 2 ชั่วโมง และพักระหว่างทางที่อุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ จ.กาญจนบุรี

ถึงค่ายเขาชนไก่

ที่อุทยานฯ ก็นั่งฟังประวัติศาสตร์เรื่องของพม่ายกทัพ 9 ทัพมาตีกรุงเทพฯ ผ่านมาทางด่านเจดีย์สามองค์ แล้วก็ปล่อยให้ได้พักเล่นอยู่สักพัก ก่อนที่จะเรียกขึ้นรถบัสคันเดิม ที่นั่งเดิม เพื่อไปยังค่ายฝึกเขาชนไก่

เราเดินทางมาถึงช่วงบ่าย เช็คชื่อ นั่งเช็คแถวยิงปืน และไปทำพิธีเปิดที่กองพันที่นั้นเลย ซึ่งดีมาก ไม่ต้องไปทำพิธีเปิดที่กลางสนามเหมือนแต่ก่อน โคตรร้อน

จากนั้นก็หาคู่นอนเต็นท์ ได้นอนคู่กับโจ้ เด็กสาขาโยธา แต่โจ้ก็ไปนอนคู่กับฝาแฝดตัวเอง (โจ) แทน กลายเป็นว่าเราได้ครองเต็นท์นั้นคนเดียว

info

ทำไมโจ้กับโจถึงไม่ได้จับคู่กันแต่แรก เพราะว่าหมายเลขลำดับนักศึกษาอยู่คนละหมวดกัน โจผ่านการทดสอบร่างกาย รด. ส่วนโจ้ไม่ผ่านการทดสอบ (ติดตัวสำรอง) ทำให้เลขลำดับนักศึกษาตกมาอยู่ท้าย ๆ

โจ้กับเราคือคนที่ทดสอบร่างกายไม่ผ่านและเป็นตัวสำรอง

พอเข้าแถวเรียงลำดับตามความสูง ก็กลายเป็นว่าโจ้กับเรามาอยู่ด้วยกันเฉย

วันแรกไม่มีอะไรมาก กินข้าวแล้วก็จบไป 1 วัน

ยิงปืน

เริ่มต้นวันใหม่ตอนตี 4 เดินเท้าไปสนามยิงปืน และกินข้าวเช้าที่นั่นตอนตี 5 กินไป ง่วงไป พอเริ่มออกสาย ๆ ก็ทบทวนการฝึกจับปืน การยิงปืน แล้วเริ่มยิงเป้าจริงตอน 10.00 น.

ครูฝึกแจกกระสุนให้ 16 นัด แบ่งออกเป็น 6 นัดแรกยิงซ้อม อีก 10 นัดหลังให้ยิงจริง (เก็บคะแนนตรง 10 นัดนี้) ก็เป็นมือปืนเป้าสะอาดไปตามปรกติ ฮ่า ๆ พอยิงปืนกันครบทุกคน ก็กลับไปกินข้าวเที่ยงที่กองพัน (จุดที่เรากางเต้นท์นอน)

ตอนบ่ายมีการเข้าฐานกิจกรรม พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และฐานรด. ประวัติศาสตร์ชาติไทย ใครเข้าฐานเสร็จก็นั่งเล่นไป รอกินข้าวมื้อเย็น อาบน้ำ

note

คนอาบห้องสุขาเยอะกว่าคนอาบบ่อรวมนะเออ

ก่อนนอนก็เข้าแถวรวมสวดมนต์ อยู่เวรยามคืนแรกตอน 23.00 น. - 01.00 น. ก็ต้องตื่นมาเปลี่ยนชุด ใส่เครื่องแบบ โชคดีที่ได้เวรเฝ้าบริเวณเต็นท์ โจที่นอนอยู่กับฝาแฝดก็ต้องตื่นมาแต่งตัวเข้าเวรเช่นกัน เพื่อนเต็นท์ข้าง ๆได้รับมอบหมายให้ไปอยู่เวรเฝ้าถาด ไกลจากคนอื่นมาก มีรหัสผ่านเป็นเมืองทอง: ราชฤทธิ์

เข้าป่า

วันนี้จะต้องไปเข้าป่า ครูฝึกให้เอาของที่จำเป็นไป ของที่ไม่จำเป็นให้เอาทิ้งไว้ที่เต็นท์ เพราะว่าคืนนี้เราจะไปนอนในป่า จะไม่กลับมานอนที่กองพัน เราก็เอาไปหมดเลย เต็นท์โล่ง เพราะเอาของมาไม่เยอะ 5555

เราเดินไปที่สถานีฝึก 32 และ 33 ไกลมาก อีกทั้งยังต้องแบกปืนไม้ไปด้วย และที่สถานีที่ 33 นี้มีจ่านรกอยู่ (ตอนนี้เป็นหมวดนรกแล้ว)

สถานีที่ 32 เป็นการพรางตัว พรางหน้า ให้เอาแป้งฝุ่นทาสีดำทาหน้า แล้วก็แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกไปฝึกรูปขบวนหมู่ปืนเล็ก 11 คน ส่วนอีกกลุ่มไปเข้าฐาน

เราอยู่กลุ่มแรก กลุ่มการฝึกหมู่ปืนเล็ก ก็จะมีสมาชิกคือ

  1. ผู้บังคับหมู่
  2. หัวหน้าชุดยิง ก
  3. หัวหน้าชุดยิง ข
  4. พลปืนเล็กชุดยิง ก 2 คน
  5. พลปืนเล็กชุดยิง ข 2 คน
  6. พลปืนเล็กชุดยิงอัตโนมัติชุดยิง ก
  7. พลปืนเล็กชุดยิงอัตโนมัติชุดยิง ข
  8. พลปืนยิง M203 ชุดยิง ก
  9. พลปืนยิง M203 ชุดยิง ข

ครูฝึกก็จะชอบเล่นมุขว่าในขบวนหมู่ปืนเล็ก 11 คนนั้น มีอีก 1 ตำแหน่งคือพลยิงผู้บังคับหมู่ (ฮา)

การฝึกก็จะเป็นการเคลื่อนที่แบบหมู่แถวตอนและแถวหน้ากระดาน โชคดีอีกแล้ว เพราะตอนที่กำลังจะฝึก หมดเวลาพอดี (อยู่กลุ่มสุดท้าย)

คุณครูจากโรงเรียนก็เอาขนมมาแจก ผลไม้พวก แอปเปิ้ล ส้มเกลี้ยง

A man in a green military uniform sits on the ground. He holds an orange. His face is covered with camouflage face paint. ครูฝึกถ่ายรูปเราให้ตอนกำลังนั่งกินผลไม้

พอตกบ่าย กลุ่มที่แบ่งไว้ตอนเช้าก็สลับกัน กลุ่มสองไปฝึกรูปขบวนหมู่ปืนเล็ก ส่วนกลุ่มเราก็เข้าฐานกิจกรรม หนักสุดก็ลอดลวดหนาม เจอสารพัดปัญหา กระติกน้ำหลุด หมวกเหล็กหลุด ครูฝึกบอกห้ามวิ่งย้อนกลับ วิ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว ค่อยให้เพื่อนที่เข้าไปทีหลังเข้าไปเก็บให้

มีคนเก็บหมวกของเพื่อนออกมาหมดเลยเต็มมือ (ฮา) แล้วก็นั่งพัก รอทำอาหารตอนเย็นเวลา 16.00 น.

พอใกล้ค่ำ เวลา 16.00 เข้าฐานการดำรงชีพในป่า ครูฝึกสุ่มถาม-ตอบคำถาม ตอบถูกก็ได้กล้วยเอาไปกิน การหาน้ำกินจากต้นไม้ แล้วครูฝึกก็เอางูออกมาโชว์ พอจบก็เตรียมตัวไปทำกับข้าว

มีกับข้าวเป็นต้มยำกุ้ง ให้ข้าวสารมาเยอะมาก หุ่งกับหม้อสนามได้ 3 กระติก เพื่อนอีกกลุ่มทำพริกแกงตกพื้น กลายเป็นต้มจีดเฉย

ตกดึก ครูฝึกบอกว่าจะมีการฝึกการเข้าตีตอนกลางคืน แต่แกคงขู่ไปงั้นแหละ เข้านอนกันตั้งแต่หัวค่ำ 1 ทุ่ม เตรียมตัวเข้าสถานีฝึก 33 ในวันรุ่งขึ้น

จ่านรก

เริ่มตั้งแต่ตี 5 สิ้นเสียงนกหวีดก็เก็บของ แบกเป้กับปืนเดินไปสถานีที่ 33 ไปกินข้าวที่สถานีฐานที่ 33 เป็นการเข้าตี ตั้งรับ ร่นถอยกับครูฝึกจ่านรก ครูฝึกพูดไว้เมื่อวานว่า จ่านรกมันกลับบ้านไปแล้ว มันฝึกนักศึกษาวิชาทหารไปแล้ว มันเหื่อย

สักพักเสียงขี่รถจักรยานยนต์มา มาแล้วจ้าจ่านรก

มาถึงก็ไม่ต้องทำอะไรเลย เป่านกหวีด 1 ครั้งให้หมอบ และเป่าอีก 1 ครั้งให้ลุก พี่แกเล่นเป่าปี๊ด ๆ รัว ๆ ฝุ่นตลบ เป็นการต้อนรับแบบให้โลกจำว่าฉันเนี่ยแหละจ่านรก

พอทักทายกันเรียบร้อยก็ไปทำสถานีฐาน 33 แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกไปฝึกเข้าตี เข้าตีตอน 10.00 แดดโคตรร้อน อีกกลุ่มก็ไปฝึกการตั้งรับ นั่งอยู่ในหลุมบุคคล แต่ครูฝึกใจดี ขี้เกียจฝึก ให้นั่งเล่นอยู่ในหลุมเฉย ๆ มีน้ำ ขนม มาขายด้วย สบาย แล้วก็สลับกันไปตั้งรับ อีกฝ่ายก็มาเข้าตีแทน

note

ครูฝึกบอกว่าไม่อยากให้ฝึกหนัก แต่ต้องช่วยกันซื้อน้ำ ซื้อขนมรถเข็นให้หมดนะ แลกกับการที่ไม่ต้องฝึกหนัก เอ๊า !?

พอฝึก 2 ฐานเสร็จมาตลอดทั้งวัน ก็รอกินข้าวเย็น แล้วครูฝึกจ่านรกก็มาบอกว่า ที่ทำไปวันนี้ ถ้าพวกเราไปอยู่ในสงครามจริง ๆ เป่าปรี๊ดนี่หมายถึง ถ้าหมอบไม่ทันก็ตาย เสร็จสิ้นการฝึกสถานีที่ 33 แล้วก็เดินกลับกองพัน วันนี้จะไปนอนเต็นท์ที่เราอยู่กัน

น่าเบื่อสุด ๆ

วันที่ 5 ของการมาค่ายฯ วันนี้ทำฐานกิจกรรม มีกระโดดหอ แต่ไม่กล้ากระโดด แต่ก็ต้องเสียเงินค่าใบประกาศฯกับเข็มกระโดดหอ 50 บาท มีกิจกรรมร้องคาราโอเกะ มีฐานไต่สะพานข้ามลำน้ำ

แล้วเพื่อนดันร้องคาราโอเกะจริง ๆ เพลงสัญญาหน้าฝน

พอบ่ายก็ไปทำฐานกิจกรรมคล้าย ๆ พวกเข้าค่ายลูกเสือ อากาศก็เบา ๆ 40 องศา

มันก็ว่างเกิน ทางกระทรวงก็จัดให้ตั้ง 6 วัน ไม่รู้จะเอากิจกรรมอะไรใส่ลงไป

เล่นบ้าง ไม่เล่นบ้าง บางฐานไม่มีครูฝึกประจำฐานก็เล่นฐานกิจกรรมกันเอง เล่นเสร็จก็เดินกลับกองพัน ตอนนั้นน่าจะเวลา 15.00 หมดกิจกรรมของวันนี้แล้ว รอกินข้าวตอน 17.00 นั่งเล่นในเต็นท์แบบชิล ๆ

ตกดึกมีการจัดกิจกรรมนั่งฟังบรรยาย ตอบคำถาม เงินรางวัลซองละ 100 บาท แย่งกับนักศึกษาฯหญิง

ขึ้นเขาชนไก่

วันที่ 6 วันสุดท้ายแล้ว แต่ยังไม่ท้ายสุด ยังมีกิจกรรมต่อ วันนี้ไปขึ้นเขาชนไก่ ไปดูวิวเมืองกาญจนบุรี ก็เดินตั้งแต่ตี 5 ขึ้นไปบนยอดเขา ทางชันมาก

พอขึ้นไปถึง ด้านบนก็มีให้เคาะระฆัง ระฆังมี 4 อัน กับนักศึกษา 550 คน สลับกันมาตี ขึ้นมาถึงยอดเขา ดูวิวเมืองได้ไม่นาน ก็ล้มตัวนอนลงกับพื้น อากาศเย็น ๆ หลายคนยอมนอนลงพื้นถนนเลย (ง่วง) แล้วก็ถึงเวลากลับ ครูฝึกบอกว่าต้องลงก่อน 08.00 เพราะจะมีพวกที่ยิงปืนด้านล่างจะยิงกัน กระสุนอาจปลิวได้

ลงจากยอดเขาก็เก็บของ เตรียมตัวกลับบ้าน แล้วมารอเข้าแถว กองร้อยไหนมาช้า ล้างห้องน้ำ

ไม่ต้องสืบ กองร้อยกูค่ะ จัดการ ล้างห้องน้ำ

warning

จำได้ว่ามีรางโถปัสสาวะผู้ชายอยู่ 1 รางยาว ๆ และมีก๊อกน้ำให้เปิดราด ผลคือท่อตัน น้ำเจิ่งนอง เกือบล้นรางออกมาแล้ว ก็เลยรีบ ๆ หนีออกไป ทิ้งงานกันซะเลย

ช่วงที่รอขึ้นรถบัสกลับกรุงเทพฯ ก็มีรถตู้วิ่งมาจอด ข้างในเป็นนักศึกษาวิชาทหารที่ตื่นสายแล้วมาขึ้นรถบัสที่ศูนย์ฝึกไม่ทัน แล้วก็ทำพิธีปิดที่กลางสนาม มอบประกาศนียบัตรให้ห้วหน้ากองพัน ห้วหน้ากองร้อย แล้ววิ่งสุดฝีเท้าไปหาที่นั่งบนรถทัวร์ เพราะกลัวขากลับไม่มีที่นั่ง ต้องนั่งพื้น

ถึงสวนเจ้าเชตุตอน 17.00 ถึงบ้านจริงตอน 18.30 โดยสวัสดิภาพ

สรุป

ข้อแนะนำ

  • แนะนำให้เอาสบู่เหลวไป ง่ายต่อการเก็บรักษา
  • เขียนชื่อ หรือทำจุดสำคัญไว้ที่กระเป๋าเป้สนาม เพราะว่าถ้าโยนลงไปใต้ท้องรถ กระเป๋าสีเขียว 100 กว่าใบ หาไม่เจอ
  • หิ้วกระเป๋าเป้สนามด้วยมือ เร็วกว่าการสะพายกระเป๋า
  • ถ้าเข้านอนแล้วไม่มีใครว่า จะถอดรองเท้านอน ใส่กางเกงขาสั้นนอนก็ได้ แต่ถ้าเป่านกหวีดต้องเปลี่ยนให้ทัน
  • ถุงนอนไม่จำเป็น ไม่ต้องเอาไป เกะกะและรกกระเป๋า เอาไปเป็นหมอนหนุนหัวแทน
  • ช้อน ปากกาติดตัวเสมอ อย่าใส่ในกระเป๋าเป้สนาม
  • แป้งเย็น สำคัญมาก อากาศร้อน
  • ไม่ต้องซื้อผ้าอนามัยไปรองรองเท้าคอมแบท เพ้อเจ้อ ไม่ได้เดินเยอะขนาดนั้น รองเท้าคอมแบทช่วยเซฟอยู่แล้ว

เรื่องฮา ๆ

  • นอนแหกเต็นท์ ช่วงหัวและลำตัวอยู่ในเต็นท์ ช่วงขาและส่วนล่างเลยออกมานอกเต๊นท์ กับเด็กวัยรุ่น 170 เซนติเมตรเป็นเรื่องปรกติ

เป็นการเข้าค่ายเขาชนไก่ที่สนุก เพราะว่าในหมู่หรือกองร้อยเราแทบไม่มีเพื่อนในห้องเลย เพราะส่วนมากทุกคนทดสอบร่างกายกันผ่านหมด มีอยู่ไม่กี่คนที่มาอยู่ตัวสำรอง เราเลยได้เจอเพื่อนต่างห้องกันเป็นเสียส่วนมาก

info

เดิมนักศึกษาวิชาทหารปีที่ 2 ต้องเข้าค่ายเขาชนไก่ 3 วัน 2 คืน และปีที่ 3 เข้าค่าย 5 วัน 4 คืน แต่ในปี 2554 มีการเปลี่ยนแปลง ให้เอาหลักสูตรที่เรียนของปี 2 ไปใส่รวมกับหลักสูตรปี 3 แทน แล้วพวกปี 2 ก็ไม่ต้องไปเข้าค่าย เอาไว้ไปเข้าค่ายทีเดียวตอนปี 3

พอหลักสูตรควบรวมจากปี 2 และปี 3 เข้าด้วยกัน ทางหน่วยงานก็เพิ่มวันเป็น 6 วัน 5 คืนแทน เราก็จะเห็นได้ว่ามักมีเวลาว่างให้นั่งเล่นอยู่เสมอ ๆ ตารางฝึกไม่แน่นจนเกินไป

แต่พอลองดูแล้วมันไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทางหน่วยงานยกเลิกหลักสูตรควบรวมนี้ แล้วย้ายกลับไปเป็นเข้าค่ายปรกติ ปี 2 ไปเข้าค่ายเหมือนเดิม พูดง่าย ๆ ก็คือ พวกรหัส 53 ได้เข้าค่ายครั้งแรกและครั้งเดียวตอนอยู่ปี 3 ส่วนพวกเรารหัส 52 เข้าค่าย 2 รอบแถมเป็นพวกหลักสูตรทดลอง 6 วัน 5 คืน ครั้งแรกและครั้งเดียว

ปล. เพื่อนในหมู่มี โจ้ (โยธา) โจ (ไฟฟ้า) เท็น (ไฟฟ้า) มด (ไฟฟ้า) ตูม โฟร์ และเรา (ไฟฟ้า) นึกแล้วเสียดาย น่าจะเรียนต่อปี 5 แล้วเพื่อนเราก็เรียนด้วย