Nadee and Fatma's Wedding
เดินทางไปร่วมงานแต่งเพื่อนที่จังหวัดนราธิวาส
ออกเดินทาง
เราเริ่มต้นออกเดินทางในวันศุกร์ตอน 23:00 น. ทั้งหมด 9 คน ด้วยรถยนต์ส่วนตัวทั้งหมด 2 คัน (รถพี่ลีน่าและรถฟ้า) ส่วนคู่บ่าวสาวเดินทางล่วงหน้าไปรอที่งานแล้ว 1 คืน
รถของฟ้ามีเรา ฟ้า พี่ปู พี่ฟารุก ส่วนรถพี่ลีน่าก็มีพี่ลีน่า พี่อิฐ ติ๊กกี้ โซเฟีย โจเซฟ
เมื่อขับรถยนต์มาได้สักพัก มีรถตำรวจทางหลวงเปิดไฟกระพริบตามมา วิ่งจี้ต่อท้ายรถเรามาแบบไม่แซง รถเราก็ไม่หยุด จนกระทั่งรถตำรวจทางหลวงคันนั้นเปิดเสียงไซเรน เป็นสัญญาณให้เราหยุดรถ เพราะป้ายทะเบียนรถฟ้าเป็นป้ายไทย คงเรียกตรวจเป็นธรรมดา
ใช้เวลาไม่นานมาก ก็เดินทางมาถึงด่านพรมแดนขาออกกันเช้าตรู่ แต่ประตูด่านตรวจคนเข้าเมืองยังไม่เปิดให้เราข้าม ส่วนพี่ปู คนขับรถของเราแทงสวน ข้ามไปเลนฝั่งตรงข้าม
โชคดีที่ฝั่งตรงข้ามไม่มีรถ
ประเทศไทย
การมาด่านตรวจคนเข้าเมือง Bukit Kayu Hitam ครั้งนี้ค่อนข้างรวดเร็วกว่าเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะมาก ๆ ไม่ต้องหิ้วของลงจากรถเพื่อมาสแกนเอ็กเรย์ให้เสียเวลา เจ้าหน้าที่ไม่ขอดูท้ายกระโปรงรถด้วยซ้ำ และแถวก็ค่อนข้างสั้น
เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย เราก็แวะหาอะไรทานชั่วคราว เพราะตลอดเส้นทางไม่มีร้านอาหารใด ๆ เลยนอกจาก RNR (Rest and Relax) ต้องเตรียมตัวเดินทางต่อไปยังจังหวัดนราธิวาส ซึ่งใช้เวลาเดินทางอีก 3 ชั่วโมง ไปทางถนนทางหลวงหมายเลข 43
วิวและทิวทัศน์
เป็นการเดินทางมายังอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และจังหวัดปัตตานีเป็นครั้งแรก ทุกอย่างดูน่าตื่นเต้นมาก ๆ โดยเฉพาะการขับรถเลียบทะเลอ่าวไทย
หาดสร้อยสวรรค์
เรามาถึงบ้านพักโฮมสเตย์ที่เจ้าบ่าวเช่าไว้ให้เราสำหรับพักผ่อนและใช้ไว้เป็นที่เตรียมตัวสำหรับการแต่งตัวที่ Moon Trims Villa1 ในตัวเมืองนราธิวาส ห่างจากสถานที่จัดงานแต่งประมาณ 20 กิโลเมตร
เรารวมตัวกันที่ปั้มน้ำมันปตท.แห่งหนึ่งในอำเภอยี่งอ แล้วเริ่มขบวนรถไปถึงงาน
ขบวนขันหมาก
เมื่อไปถึงงาน เราก็ถ่ายรูปกับซุ้มเป็นเกียรติแก่คู่บ่าวสาว มีการแจกของชำร่วยเป็น 2 ชนิดคือ แบบน้ำหอมขนาดเล็กและเข็มกลัดน้อย ๆ ไว้ติดฮิญาบ
เดินบนถนนไปบ้านงานแต่ง
เมื่อถ่ายรูปเสร็จ เราก็ไปนั่งรับประทานอาหารเที่ยงในงาน เป็นกับข้าวทำเอง เด็กเสิร์ฟพร้อมเติมอาหารอยู่เรื่อย ๆ
หลังจากทานข้าวเสร็จ ก็เดินมาทักทายกับครอบครัวของอามีนที่มาจากยะลา พร้อมลูกชายและลูกสาวที่เพิ่งคลอด
เมนูอาหารงานเลี้ยงงานแต่งงาน
หลังจากนั้นคณะเพื่อน ๆ ก็เตรียมตัวกลับ อ.หาดใหญ่ ไม่ได้อยู่จนงานเลิก เพราะล้าสุด ๆ อยากเข้าที่พักกันแล้ว ไม่ได้นอน
ภาพหมู่กับเจ้าบ่าวและเจ้าสาว
พี่แมนพาเพื่อนชาวมาเลเซียมาเที่ยวงานแต่งนี้ด้วย 2 คน แต่งชุดประจำชาติอย่าง Baju Melayu แล้วก็พักอยู่ที่โฮมสเตย์เดียวกันกับเราด้วย ฮา
พักรถที่ปัตตานี
เราเลือกแวะพักรถชั่วคราวในจังหวัดปัตตานีที่มัสยิดกลางปัตตานี เป็นจังหวัดบ้านเกิดของพี่แมนและพี่ฟารุก
มัสยิดกลางปัตตานี
มัสยิดกลางปัตตานี มุมใกล้
แม่พี่ฟารุกทราบข่าวว่าพวกเรานั่งเล่นอยู่ที่มัสยิดกลางปัตตานี ท่านก็เลยขับรถมาหาลูกชาย พร้อมกับถุงขนมอีก 5-6 ถุงเป็นของฝาก แถมยังได้นั่งรถผ่านหน้าบ้านเพื่อนด้วย (ถนนกะลาพอ ซอย 10) บ้านอยู่ติดริมแม่น้ำ
แล้วเส้นทางหฤโหดของจริงก็เริ่มขึ้น ระยะทาง 180 กว่ากิโลเมตรจากจังหวัดปัตตานีสู่อำเภอหาดใหญ่ ขับ 100 - 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมีอยู่จริง
เมื่อเรามาถึงที่พักในหาดใหญ่ ชื่อว่า Lalil House Pool Villa Hatyai บ้านลลิล ถนนชุมแสง 4 เป็นบ้านพักพูลวิลล่าขนาด 10-13 คน ทุกคนก็แยกย้ายไปทำธุระของใครของมัน เราก็ติดรถเพื่อนออกมาเพื่อที่จะไปตัดผมที่ร้านกับเพื่อนที่ร้าน MADUDE Barber&Beauty แต่ช่างตัดผมคิวยาว ลงเอยด้วยชานมไข่มุกในตลาดกรีนเวย์ และก็นั่งแท็กซี่กลับที่พักแบบงง ๆ
คนอื่นก็รับหน้าที่ไปหาอาหารเย็น ซื้อกลับมากินที่พัก
สุกี้จินดา
พอท้องอิ่มก็เตรียมตัวพักผ่อนหลังจากที่หลังขดหลังแข็ง นั่งในรถมาตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อนดันชวนออกไปกินสุกี้หมาล่าในตัวเมืองหาดใหญ่ เพราะเพื่อนอยากกินมาก
เราก็ตามไปด้วย ขับรถจากชุมแสงเข้าตัวเมืองหาดใหญ่กันอีกรอบ
ร้านสุกี้จินดา
สายพานอาหารร้านสุกี้จินดา
ราคาแพงและไม่คุ้มค่าเลยกับเงินที่จ่ายไป ค่าน้ำจิ้มก็คิดเงินแยก ค่าน้ำก็คิดเงินแยก กินเล่นได้ แต่อย่ากินจริงจังราวกับบุฟเฟ่ต์ เป็นร้านที่ไม่คิดจะเข้าอีกเลยเป็นครั้งที่ 2 แถมไม่มีใบเสร็จรับเงินให้ด้วย พนักงานมาถึงก็กดจิ้ม ๆ ในเครื่องคิดเลขแล้วก็เอาโทรศัพท์มือถือมาให้สแกนชำระเงิน
หลังจากกินเสร็จเรียบร้อย ก็เตรียมตัวกลับที่พัก ปรากฎว่าเพื่อนที่ตามออกมานั้น กำลังนั่งซดบัวลอยแป๊ะอ้วนกันอยู่ แต่ไม่กล้าสั่ง เพราะถ้วยใหญ่มาก ๆ
วันที่สองในหาดใหญ่
เช้าวันถัดมาจึงออกไปตัดผมราคาประหยัดกับร้านลุงข้างบ้าน และตรงข้ามกับที่พักนั้น มีร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังว่า ร้านแซ่บซอยสี่ แล้วหลายคนพูดถึงกันมาก ก็เลยจัดมา 1 ชาม แตรสชาติก็คือไม่ได้เลย
ช่วงเที่ยงจนถึงเย็นก็อยู่ที่ห้างเซนทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่และห้างแมคโครเป็นส่วนใหญ่ ซื้อเข็มขัดตรา Arrow ผงชาไทยตรามือ เอาไปชงงานวันเกิดนาน่า และสบู่สมุนไพร
ก่อนเดินทางกลับ เราไปทานอาหารที่ร้าน ร้านครัวนายก แหลมโพธิ์ ได้ชิมหอยนางรมสดแบบดิบ ๆ ครั้งแรก
ทะเลสาปสงขลา
กินบ่อยไม่ดี กุ้งแช่น้ำปลาก็เช่นกัน
ทางเข้าร้านอาหารครัวนายก แหลมโพธิ์
คำแรกติดใจ คำต่อไปเพื่อนท้องเสียตลอดเส้นทางขากลับ เวรกรรม!
กลับมาเลเซีย
แวะซื้อของกลับมาเลเซียอีกรอบ ได้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำ ส่วนคนอื่นซื้อขนมโกไข่กันเป็นวรรคเป็นเวร
เราเลือกเดินทางกลับมาเลเซียเวลา 20:00 เขียนเอกสารต่าง ๆ จราจรไม่ค่อยติดหนัก จะติดหนักบริเวณขาออกประเทศไทย (ด่านฯ สะเดา) โดนแซงหลายคันมาก หรือเปิดเลนใหม่เองบ้าง
การเดินทางช่วงเวลากลางคืนไม่มีปัญหาเรื่องรถติด เราเลยมาถึงตอนเช้าตรู่แบบสะลึมสะลือ มีแวะปั๊มน้ำมันข้างทางบ้างเพราะสมาชิกที่ไปด้วยท้องเสียจากหอยนางรม ส่วนพี่ฟารุกก็เล่นเกมตลอดทาง (ฮา)
ปล. ขนมโกไข่ที่เพื่อนซื้อมา เพื่อนไม่กิน ก็เลยเอามาให้เราแทน (แบบมีลับลมคมใน) พอเรากัดเข้าไปคำแรก เปรี้ยวสัส ขนมบูด