Skip to main content

Thai-German Pre-Engineering School EP

กลับมารีวิวหลังจากที่เรียนจบและผ่านมากว่า 15 ปี

บทความนี้เขียนในปี 2568 และจะกล่าวถึงการเรียนภาคภาษาอังกฤษเท่านั้น

ข้อมูลทั่วไป

โรงเรียนแห่งนี้เปรียบได้เป็นภาควิชาขนาดย่อม ๆ มีตำแหน่งผู้อำนวยการที่เทียบเท่ากับตำแหน่งหัวหน้าภาควิชา ขึ้นตรงกับคณะวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

เราเข้ามาเรียนหลักสูตรปวช. สาขาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ภาคภาษาอังกฤษในปี พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นรุ่นที่ 2 ของหลักสูตร (EP02)

ค่าใช้จ่ายต่อภาคเรียนจะอยู่ที่ 55,000 บาทต่อเทอมแบบเหมาจ่าย ทั้งหมด 3 ปี รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 3 ปีก็ราว ๆ 330,000 บาท หากเรียนไม่ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด ก็ต้องเสียค่าเทอมแบบเหมาจ่าย 55,000 บาทในเทอมถัดไปจนกว่าจะเรียนจบหลักสูตร สูงสุดต้องไม่เกิน แต่ต้องไม่เกิน 6 ภาคการศึกษา มิฉะนั้นจะถือว่าพ้นสภาพนักศึกษา (รีไทร์)

info

วิธีการคิดคำนวณปีการศึกษาทั้งหมดที่เรียนได้โดยไม่รีไทร์คือ นำจำนวนปี คูณด้วย 2 เช่น หลักสูตรปวช. มีระยะเวลาในการเรียน 3 ปี ก็จะเรียนได้สูงสุด 6 ปี (3+3) หรือหลักสูตรปริญญาตรี ก็จะมีระยะเวลาในการเรียน 8 ปี (4+4) หากเกินกำหนด ก็พ้นสภาพนักศึกษาทันที

มีรุ่นพี่คนหนึ่งรหัสนักศึกษา 49 แกเรียนจนเกือบครบปี โชคดีมากที่แกเรียนจบในปี 2556 8 ปีเต็ม

เนื้อหาที่เรียนก็จะเป็นวิชาทั่วไปในสายสามัญคู่ไปกับสายอาชีพ ยกเว้นวิชาชีวะวิทยาที่ไม่มีการเรียนการสอน โดยเริ่มเรียนตั้งแต่ 8.00 น. จนถึง 17.00 น. วิชาหลัก ๆ ทางวิศวกรรมศาสตร์จะเรียน 3 ชั่วโมง เช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ส่วนวิชาทั่วไปจะเรียน 2 ชั่วโมง เช่น สังคมศึกษา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ บ้างก็เรียน 1 ชั่วโมง เช่น วิชาพละศึกษา และมีการเรียนหลักสูตรรักษาดินแดนเหมือนโรงเรียนทั่วไป

เครื่องแบบการแต่งกายของผู้ชายจะเป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีกรมท่าหรือสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ ส่วนผู้หญิงก็เสื้อแขนสั้น กระโปรงสีดำ กระดุมโลหะ ใส่เข็มเครื่องหมาย (ตุ้งติ้ง) และชุดปฎิบัติการ (ช็อป) จะเป็นชุดเอี๊ยมสีกรมท่า สวมเสื้อยืดด้านในสีฟ้า (ปี 1) สีเทา (ปี 2) และสีแดง (ปี 3) เรียงตามลำดับชั้นปีทั้งชายและหญิง

อาจารย์ผู้สอน

ในทั่วไปนั้น อาจารย์ผู้สอนก็จะเป็นอาจารย์ในคณะที่สอนระดับปริญญาตรีลงมาสอนระดับปวช. เป็นเรื่องปรกติ หรือบางครั้งก็จะเป็นอาจารย์จากคณะอื่นที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาสอนโดยตรง

สมัยที่เราเรียนนั้น ด้วยความที่หลักสูตรยังใหม่ หาอาจารย์ที่สอนเป็นภาษาอังกฤษได้ทั้งหมดก็ยาก ส่วนมากเราจึงได้เรียนกับอาจารย์ต่างคณะเป็นประจำ ส่วนใหญ่มาจากคณะครุศาสตร์ มีน้อยมากที่จะมีอาจารย์จากคณะตัวเอง (คณะวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม)

จนกระทั่งเปิดรับอาจารย์ภายนอก รวมไปถึงบุคคลรับเชิญ

info

มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

เราได้เรียนกับอาจารย์รับเชิญมาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ รวมไปถึงบุคคลภายนอก ทำให้เราได้มองเห็นโลกที่กว้างกว่าเดิม เราได้เห็นมุมมองของคนที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศ ฯลฯ

ข้อเสียคือ ถ้าเกิดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเรียนจะไม่สามารถติดต่อได้ เพราะไม่มีโต๊ะทำงานประจำ นอกจากส่งอีเมลหรือรอสัปดาห์ถัดไปจนกว่าจะถึงคาบหน้าอาจารย์มาสอน

การเรียน

การเรียนทั้งหมดเรียนเป็นภาษาอังกฤษ ยกเว้นวิชาภาษาไทยและพละศึกษา สาเหตุก็คงเป็นเพราะไม่อยากจ้างอาจารย์จากภายนอกเพื่อมาสอน 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (ฮา)

ยกตัวอย่างการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ มีอาจารย์ที่สอนเป็นชาวต่างชาติ ก็จะสอนภาษาอังกฤษที่ไม่เหมือนครูไทย

note

หลังจากนั้นอาจารย์ชาวต่างชาติสอนได้ไม่นานก็เลิกสอน หลังจากนั้นก็มีอาจารย์คนไทยเข้ามาสอนภาษาอังกฤษแทน แล้วก็สอนแบบไทย ๆ เน้น ไวยากรณ์ เน้นคำศัพท์ทางวิศวกรรมศาสตร์เป็นหลัก เฮ้อ

โชคดีอีกแล้ว สมัยที่เราเรียนนั้นเพิ่งเปิด ห้องเรียนก็พอดี เรากับรุ่นพี่ก่อนหน้านั้นก็เรียนที่ห้องเดิมทุกวันตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ ไม่ต้องเดินเรียน อาจารย์ดันเป็นฝ่ายเดินมาหานักเรียนแทน (ฮา) ยกเว้นอาจารย์บางท่านที่อาวุโสแล้ว นักเรียนก็เป็นฝ่ายเดินไปหาแทน หรือข้ามไปเรียนที่ต่างคณะ

สาขาปรกติไม่มีนะจ๊ะ สาขาปรกติอยู่แต่ตึกของตัวเอง

เราเพิ่งมารู้ทีหลังว่าวิชาที่เรียนไม่ครบนั่นก็คือ วิชาสังคมศึกษา เรียนไม่ครบสาขา เรียนแค่ศาสนา วัฒนธรรม และพลเมืองดี ไม่ได้เรียนเรื่องวิชาภูมิศาสตร์ (Geography) รัฐศาสตร์ (Political Science) และเศรษฐศาสตร์ (Economics)

ห้องพัก

เด็กปวช. สาขาอื่นไม่มีอะไรเหมือนสาขาเรา เพิ่มเติมคือห้องพักและตู้เก็บของ เพราะว่าเราครองทั้งชั้น (ฮา) ห้องพัก ห้องเรียน และห้องน้ำ อยู่ติดกันแบบเดิน 10 ก้าว แน่นอนว่าห้องพักอาจารย์สาขา EP ก็อยู่ในชั้นเดียวกันนั่นเอง

ส่วนอาจารย์ที่มาจากภายนอกมหาวิทยาลัยก็มานั่งพักที่ห้อง common room รวมกับนักเรียน เพราะไม่มีห้องทำงานประจำ (ฮา)

info

ตึก 65 ชั้น 3 เป็นของ EP ไปแล้ว 5 ห้องจากทั้งหมด 6 ห้อง

การจัดการเรียน

เพื่อนบางคนที่เลือกไปเรียนต่อต่างประเทศทั้งถาวรและชั่วคราว และเมื่อกลับมาไทย ก็ไม่สามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้ เป็นผลบังคับให้เรียนต่ออีก 1 ปีเพื่อเรียนเก็บหน่วยกิตให้ครบ บางคนเลือกที่จะไม่อยากเสียเวลา ก็ไปสมัครเรียนต่อในโรงเรียนอื่น ๆ ที่สามารถเทียบชั้น ม.4 หรือ ม.5 ได้ ไม่ต้องไปเริ่มใหม่

จบการศึกษา

หลังจากที่เรียนจบและสอบครบทุกวิชา ทุกคนก็ต้องเลือกทางเดินต่อเป็นของตนเอง บ้างก็เรียนต่อที่เดิม หรือไปเรียนต่อต่างประเทศก็มี

95% ทุกคนเรียนต่อสาขาวิศวกรรมศาสตร์ มีบางส่วนที่เลือกเรียนต่อสายอื่น เช่น บริหารธุรกิจ

มีอาจารย์จากที่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาแนะแนวการเรียนต่อภาคนานาชาติ

ทีเด็ดสุด คณะครุศาสตร์จัดโควต้าให้เด็กปวช. สาขา EP โดยเฉพาะ เพราะว่าเป็นลูกหม้อที่ปั้นมากับมือ ชวนเด็กไปเรียนต่อคณะครุศาสตร์ ภาคภาษาไทย

เพื่อนในรุ่นสมัครโควต้าคณะครุศาสตร์ 0 คน แถมยังฉีกหน้าด้วยการแห่กันไปสอบเข้าสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) กันยกห้อง (ฮา)

มีหลายคนที่เลือกเรียนต่อที่เดิม แต่คนละคณะ ส่วนเราเลือกเรียนต่อที่คณะเดิม และใช้โควต้าเด็กใน คณะวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม พอเป็นระดับอุดมศึกษาก็เจอหน้าอาจารย์คนเดิมที่เคยสอนมาในสมัยปวช. นั่นแล

สรุป

การเรียนที่นี่ค่อนข้างหนักกว่าการเรียนภาคปรกติของผู้เรียนทั้งสายสามัญหรือสายวิชาชีพ และต้องมีวินัยต่อตนเองเป็นอย่างมาก ต้องทบทวนบทเรียนอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะมีระบบการถอนวิชาเรียนที่เราไม่พร้อมในการเรียนวิชานั้น แต่หลักสูตรมีระยะเวลาให้เพียง 6 ปีก่อนที่จะรีไทร์ อีกทั้งค่าเทอมก็เป็นลักษณะเหมาจ่าย ภาคการศึกษาละ 55,000 บาท คงไม่มีใครอยากเสียเงินและเสียเวลาเพิ่มสำหรับปีถัดไป

หลายคนอาจมองว่าไม่คุ้ม ส่วนตัวมองว่าคุ้มค่า ได้เรียนกับอาจารย์ที่มีมุมมองจากหลาย ๆ แนวคิด เปิดประสบการณ์ไปอีกด้าน

แต่ปัจจุบัน ไม่แน่ใจว่าหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษยังคุ้มค่าอยู่ไหม เพราะการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีทำให้เด็กไม่ถูกจำกัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษอีกต่อไป การเรียนหลักสูตรทั่วไป (ภาคภาษาไทย) อาจจะตอบโจทย์กว่า

แต่ต้องบอกว่าย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2552 มันเป็นยุคที่เทคโนโลยียังไม่แพร่หลายเหมือนในขณะนี้ สิ่งเดียวที่เราเรียนรู้ได้คือมาจากการสอนในชั้นเรียน

อาจารย์ที่เคยสอน

รวบรวมรายชื่ออาจารย์ที่พอจะจำได้ ประวัติการศึกษาอันน่าทึ่งสุด ๆ

อาจารย์รับเชิญ

  • รศ.ดร.สุภัททา ปิณฑะแพทย์ เป็นอาจารย์คนไทยคนเดียวที่เรียนจบจากต่างประเทศตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก อาวุโสที่สุดในคณาจารย์ทั้งหมด เอาชื่อไปเสิร์ชใน Google พบว่าเป็นภรรยาผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ
  • Prof. Helmut Maier ศาสตราจารย์ชาวเยอรมันที่มาวิจัยในมหาวิทยาลัย ผู้คิดค้นวิธีการเมทริกซ์ไมเออร์ แกคงจะเอาเวลาว่างหลังจากการวิจัยมาสอนวิชาหุ่นยนต์ 1 ภาคการศึกษา
  • ผศ.ดร.สมาน มงคลสกุลวงศ์ อาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สอนได้ไม่กี่ปีก็ไปรับงานสอนที่โรงเรียนโยธินบูรณะ ภาคภาษาอังกฤษ สอนฟิสิกส์สนุกมาก
  • นางพรชนก สุขพันธุ์ อาจารย์สอนวิชาเอกภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต แต่มาสอนเราวิชาสังคมศึกษา (ศาสนา)
  • รศ.ดร.วิจิตร กิณเรศ อาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาไฟฟ้า (ขับรถมาไกลมาก)
  • นาวาตรี ดร.ดิเรก ขจรรัตน์ (ยุทธ) รับราชการทหารเรือและรับสอนพิเศษวิชาภาษาอังกฤษตามโรงเรียนกวดวิชา มาสอนเรื่องเครื่องจักรกลไฟฟ้า (บางครั้งก็ใส่เครื่องแบบข้าราชการทหารเรือมาสอนถึงในโรงเรียน) เรียนจบปริญญาเอกจาก Colorado State University
  • ดร.วรรณิภา ยาดำ (นิ่ม) จบปริญญาเอกจาก University of Electro-Communications ประเทศญี่ปุ่น พูดภาษาญี่ปุ่นกับอาจารย์ญี่ปุ่นสลับกับภาษาอังกฤษในชั้นเรียนได้อย่างคล่องแคล่ว ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจ บริษัท สยามเทคโนอุตสาหกรรม จำกัด
  • นายชานล ลภัสวิจิตร (เต้) (ชื่อเดิมศุภณัฐ รุจานุรักษ์) เรียนจบปริญญาโทจาก University of Pittsburgh หลังจากลาออกจากงานประจำ ก็เลยมาสอนหนังสือ 1 ภาคการศึกษา แล้วกลับไปทำงานประจำต่อ
  • Sadia Sarahnaz นักวิจัย Fellowship จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ชาวบังคลาเทศ ที่เอาเวลาว่างจากการวิจัยมาสอนหนังสือนักเรียน
  • นายชัยศักดิ์ ทองเดชศรี อดีตผู้อำนวยการไฟฟ้าเขตบางใหญ่และนักกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ประธานผู้ฝึกสอนกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย
  • นายศุภชัย ศุภผล นักศึกษาปริญญาโทคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรักษาการคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม

  • ผศ.ดร.สมภพ ตลับแก้ว ภาควิชาครุศาสตร์เครื่องกล แต่สอนวิชาคณิตศาสตร์
  • ผศ.มานิตย์ สิทธิชัย
  • ดร.ฐิติพงศ์ เลิศวิริยะประภา (เปิ้ล)
  • ดร.พิเชษฐ์ ศรียรรยงค์ (ไมค์)
  • นายมีชัย โลหะการ (กอล์ฟ)
  • นายนริศร แสงคะนอง (หน่อง)
  • นายนำโชค วัฒนานัย (ก๊อบ)
  • ผศ.ดร. พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ (พูล) อดีตอาจารย์คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและนักวิจัยประจำ สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบันไม่ได้สอนแล้ว และทำงานให้กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

คณะวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (วทอ.)

  • ผศ.ชูศักดิ์ พฤกษพิทักษ์ สอนวิชาเขียนแบบ
  • ผศ.จรรยา ทองดี สอนวิชาภาษาไทย
  • ผศ.รุ่งทิพย์ สกุลสุกใส สอนวิชาภาษาไทย
  • ผศ.ไพรัตน์ สถิรยากร สอนวิชางานตะไบ
  • ดร.ณัฐพล ประยงค์พันธุ์ (ป๊อก)
  • ดร.สาธิต โอวาทชัยพงศ์ (แบงค์) เพื่อนร่วมรุ่นกับอาจารย์ณัฐพล ประยงค์พันธุ์สมัยเรียน คนเดียวสอน 3-4 วิชา เจอหน้ากันทุกวัน
  • ผศ.ดร.ชูพันธุ์ รัตนโภคา เพื่อนร่วมรุ่นกับอาจารย์ณัฐพล ประยงค์พันธุ์สมัยเรียน
  • ดร.รัตนากร ผดุงถิ่น (ผึ้ง) ใจดีมาก
  • นายสมชาย สาลีขาว
  • นายสามัญ คำผาแก้ว
  • นายชายชาญ กุศลจิตกรณ์ (ใหม่)
  • นายวิโชค พรมดวง
  • นายปรมัตต์ ตรีวงศ์
  • นายสมบุญ ฐากูระสมพงษ์ สอนวิชางานมอเตอร์ไฟฟ้า
  • นายเทียนชัย อุ่นสำราญ สอนวิชาพละศึกษา
  • นายวราพงศ์ ไกรชมสม สอนวิชาพละศึกษา
  • นางสาวเสาวคนธ์ คุณวุฒิ สอนวิชาภาษาอังกฤษ

คณะวิศวกรรมศาสตร์

  • ผศ.ดร.สุธรรม ปทุมสวัสดิ์
  • ผศ.ดร.บุญชัย วัจจะตรากุล
  • ผศ.ดร.จักร จันทรลักขณา

คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์

  • รศ.ดร.เสนอ คุณประเสริฐ
  • ผศ.ดร.มนฤดี ผ่องอักษร
  • ดร.ศุภวัชร์ อัศวสัมฤทธิ์ (ไก่) นักกีฬาบาสเกตบอลมหาวิทยาลัย เป็นเพื่อนกับอาจารย์ณัฐพล ประยงค์พันธุ์
  • ดร.อมรินทร์ รัตนวิศ สอนฟิสิกส์
  • ดร.สุเมธ อ่ำชิต (อ๊อบ) สอนฟิสิกส์

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

  • ผศ.ดร.พยุง มีสัจ
  • ดร.สุขแสง คูกนก รักอาจารย์คนนี้ที่สุด ตอนอยู่ในห้องก็ตั้งใจสอน พอนอกชั้นเรียนก็ใจดีสุด ๆ ดูทรงแล้วแกรักนักเรียนปวช. เหมือนลูกเหมือนหลาน พร้อมเปิดบ้านให้นักเรียนมาเอาชีท มาค้นบ้าน อยากได้ชีท อยากได้อะไร มาเอาไปเลย หลังจากเกษียณอายุราชการ แกก็ยังใช้บริการนักเรียนอยู่เรื่อย ๆ

อาจารย์ที่ปรึกษา

  • ดร.ประไพ จันทราสกุล (EP01) ภาควิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์และสังคม คณะวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
  • ผศ.สุริโยทัย สุปัญญาพงศ์ (EP02) ภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม โดนเรียกไปคุยกับเพื่อนประจำ เพราะว่าผลการเรียนไม่ดี แกอยากให้เราเรียนจบ (ฮา)