วิธีการขายของให้ได้กำไรสูง
9 วิธีการขายของให้ได้กำไรสูง
- ขายของที่มีมูลค่าสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ในส่วนผู้ขายเองอาจจะมีต้นทุน 500 ล้าน แต่ขาย 700 ล้าน หรือในกรณีที่เป็นนายหน้า ค่านายหน้า 3% คือ 21 ล้าน หรือจะเป็นสินค้าแบบ Luxurious product เช่น รถยนต์ Rolls-Royce เรือดำน้ำ เป็นต้น
- ขายของที่มี Profit Margin ที่สูง เช่น เครื่องสำอางค์ อาหารเสริม ต้นทุนมา 10 บาท แต่ขายในราคา 100 บาท กำไรต่อหน่วย 900%
- ขายของที่มี Volume ที่มหาศาล เช่น บริษัท เฮลซ์เทรดดิ้ง (น้ำหวานเฮลซ์บลูบอย) ขายน้ำหวาน ราคาถูก - profit margin น้อย แต่กินส่วนแบ่งตลาดไปมหาศาล หรือสินค้าที่มี การหมุนต่อรอบสูง (high turnover rate) เช่นร้าน 7-11 ไม่ต้องเน้น margin เยอะ ราคาไม่สูง แต่อัตราการซื้อเข้า-ขายออก อยู่ในระดับที่สูงมาก
- ขายอยู่คนเดียว เช่น สนามบินเก็บค่าใช้บริการ ไม่มีคู่แข่ง เนื่องมาจากสัมปทานรัฐ ทำให้สามารถตั้งราคาได้เอง
- ซื้อคู่แข่ง แล้วกำหนดราคาขายเอง เช่น เครือโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
- ขายของที่มีคนซื้อแน่นอน เช่น ขายไฟฟ้าให้ภาครัฐ ผ่านสัญญา PPA (Power Purchase Agreement)
- ทุบคู่แข่งให้ตายผ่านการ dumping price เพื่อการผูกขาดในอนาคต เช่น ธุรกิจ e-commerce แบบ B2C
- ขายนวัตกรรมที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน เช่น โปรแกรม MSFT หรืออย่างกรณี TSLA เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมเดิมแบบ creative destruction
- ทำให้ผู้ซื้อกลายเป็น ผู้ขายให้อีกต่อหนึ่ง เช่น พวก YouTube, Facebook หรือ TikTok โดยผู้ใช้บริการกลายเป็น ผู้ขายสินค้าและบริการให้ทั้งที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม
ผมจะไม่ขายครกและสากกระเบือ เพียงเพราะผมชอบตำน้ำพริก เพราะสากกระเบือ มีราคาต่ำ margin น้อย การหมุนของรอบต่ำมาก (ซื้อครั้งเดียวใช้ได้เป็นร้อยปี) ใครมาทำก็ได้ โดน disrupt จากเครื่องปั่นไฟฟ้า ไปที่อ่างศิลาสมัยก่อนมีคนขายหลายสิบเจ้า (เดี๋ยวนี้เหลือน้อยลงแล้ว)
ถ้าเราจะลงทุนทำธุรกิจหรือลงทุนซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง เราลองเอาเรื่องของกลยุทธ์เหล่านี้เข้าไปประกบ ถ้ามันตอบโจทย์ได้หนึ่งข้อถือว่าใช้ได้ สองข้อถือว่าดี สามข้อเรียกว่ายอดเยี่ยม แต่ถ้าไม่ตอบโจทย์แม้แต่ข้อเดียว อยู่เฉย ๆ เถอะ สบายกว่า
Krasuang Jarusira. วิธีการขายของให้ได้กำไรสูง. เฟซบุ๊ก. 20 กันยายน 2563, เข้าถึงเมื่อ 28 มิถุนายน 2568