2024 Singapore Trip
ไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์คนเดียวแบบจองตั๋วแล้วออกเดินทางเลย
เป็นทริปที่ตั้งใจไปอย่างจริง ๆ จัง ๆ เพราะว่าหลังจากที่ทำงานมา ไม่ค่อยได้ใช้วันลาไปเที่ยวที่ไหน ก็เลยตัดสินใจจองตั๋วการโดยสารล่วงหน้าไม่กี่ชั่วโมง แล้วออกเดินทางเลย
เดินทางไปมาเลเซีย
เราเดินทางด้วยรถไฟมาที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ (ชุมทางหาดใหญ่) จองตั๋วรถทัวร์จากบริษัทนำเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่นั้น เพื่อไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ใช้เวลาในการเดินทางเต็ม 12 ชั่วโมง มาถึงสถานีขนส่ง TBS ประมาณ 5 ทุ่ม ก็ต้องหาที่ซุกหัวนอนกันก่อน 1 คืน เพราะว่ารถทัวร์ที่จะเดินทางไปประเทศสิงคโปร์นั้น รถออกอีกทีก็คือ 4 ทุ่มของวันถัดไป
เหลือเวลา 23 ชั่วโมงในการทรานสิต (ฮา)
พอถึงที่พักก็อาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เปิดเว็บไซต์จองโรงแรมเพื่อหาที่พักในประเทศสิงคโปร์ในย่าน Chinatown ได้ราคาที่พัก 3 คืน เฉลี่ยคืนละ 871 บาท และตั๋วรถทัวร์ขาไปในราคา 371 บาท และขากลับราคา 967 บาท
รุ่งเช้าไปแลกเงินตราต่างประเทศที่ห้าง Mid Valley Megamall แลกมาแค่ 160 ดอลลาร์เพราะว่ามีเงินของเก่าอยู่แล้ว เรตราคาสูงเอาเรื่อง 1 ดอลลาร์เท่ากับ 27 บาทไทยโดยประมาณ แล้วก็เดินเล่นแถว ๆ นั้น รอจนใกล้เย็น ค่อยไปเก็บกระเป๋า เตรียมเดินทางไปยังสถานีขนส่ง TBS
สถานีขนส่ง Bandar Tasik Selatan
จองตั๋วรถรอบ 4 ทุ่ม แต่ได้ขึ้นรถจริงตอนเวลาเที่ยงคืน
คนขับก็แจ้งเลยว่าจะขอเหยียบอย่างเดียว ใครอยากเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัว ก็ขอให้ทำให้เรียบร้อย จะขับยาว
หลังจากที่รถเมล์วิ่งมา 5 ชั่วโมงก็ถึงด่านขาออกประเทศมาเลเซีย ทุกคนต่างหยิบสมาร์ทโฟนมาสแกน QR auto-gate โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ซักถามสักคำ ส่วนเราเด็กไทย ไม่มีวาสนาเหมือนชาวบ้านเขา ก็ต้องมายืนต่อแถวตามปรกติ
เมื่อออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองมาก็เตรียมตัวข้ามสะพาน Second Link เพื่อไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง Tuas กัน โดยมีจุดหมายปลายทางคือห้าง Golden Mile Complex
ด่านตม. สิงคโปร์
เมื่อถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งประเทศสิงคโปร์ ดันปวดปัสสาวะ อยากเข้าห้องน้ำ ก็เลยเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ข้าง ๆ อาคารอย่างสบายใจเฉิบ เพราะแว๊บไปมองดูแถวแล้วคนไม่เยอะ
เข้าห้องน้ำไปไม่ถึง 5 นาที ออกมา คนที่มารถทัวร์คันเดียวกันโดนคั่นด้วยคนอื่น 5-6 คน ทุกแถว จนต้องล่าช้า แถมตอนที่จะเข้าเครื่อง auto-gate เรากับคุณลุงอีกท่านหนึ่งสแกนหนังสือเดินทางไม่ผ่าน ระบบบอกให้ไปที่เคาท์เตอร์ ให้พบกับเจ้าหน้าที่ข้าง ๆ แทน
เจ้าหน้าที่ที่เคาท์เตอร์ก็ถามคำถามทั่วไป เช่น มากี่วัน ลงทะเบียนมาหรือยัง พักที่ไหน ขอดูหลักฐานการจองหน่อย
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ประทับตราบนหนังสือเดินทางของเราแล้ว เราก็รีบวิ่งกลับไปรถทัวร์คันที่เรานั่งมา เพื่อเดินทางเข้าตัวเมืองสิงคโปร์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ รถทัวร์นั้นกลับหัวรถ พร้อมกับวิ่งฉิวไปต่อหน้าต่อตา ส่วนคนลุงแก่ ๆ ที่ติดด่านตม. พร้อมกับเรานั้น แกวิ่งสู้ฟัด ได้ผล รถจอดให้แกขึ้น ส่วนเราอ่อนแอ อายุน้อยร้อยโล ติดอยู่ในด่าน
เข้าเมืองด้วยรถเมล์
เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้เราเดินเท้าเปล่าออกจากอาคารนี้ ทำให้เราต้องพึ่งวิธีอื่นเพื่อเข้าเมืองแทน มองซ้ายมองขวา เจอรถเมล์เหลือง Causeway Link โดยจะต้องนั่งรถไปลงป้าย Jurong East ไม่รู้ว่าอยู่จุดไหนของสิงคโปร์ เคยได้ยินแต่ชื่อ
รถเมล์เหลือง Causeway Link สายที่จอดใกล้โรงแรมที่จองไว้แถวย่าน Chinatown มากที่สุดคือต้องไปลงที่ Jurong East
พอรถมาถึง เราก็ขึ้นรถเมล์ไปพร้อมกับกำเงินเตรียมจ่ายค่าโดยสาร แต่ปรากฎว่าไม่มีกระเป๋ารถเมล์หรือคนเก็บเงินเลย ถามผู้หญิงคนข้าง ๆ แกก็บอกเราว่า "งั้นยูนั่งไปเถอะ"
ปรกติแล้วค่าโดยสารรถเมล์เหลือง Causeway Link จะเก็บตั้งแต่ต้นทางฝั่งประเทศมาเลเซีย แล้วปล่อยให้ผู้โดยสารลงที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ส่วนรถเมล์เหลืองก็จะแยกไปอีกทางเพื่อรอรับคนกลุ่มเดิมกลับขึ้นรถคันเดิมหลังจากที่ผ่านด่านมาแล้ว
สรุปว่าอีเจ๊หมวยคนนั้นช่วยเต็มที่ บุญพาวาสนาส่ง
แต่ก็ดีแล้ว เพราะว่าการที่เราไปลง Jurong East นั้นสะดวกกว่าลงที่ Golden Mile Complex มาก
ที่ย่านจูร่ง
รถเมล์ Causeway Link พาผู้โดยสารมาลงที่ Jurong Town Hall Bus Interchange ตอนนั้นประมาณ 6.30 น. แล้ว เพราะอีกไกลกว่าจะถึงย่าน Chinatown เจ้าหน้าที่แถวนั้นถึงเรื่องสายรถเมล์ที่จะไปย่าน Chinatown ก็ได้คำตอบเป็นรถสาย 143 เจ้าหน้าที่ก็แนะนำให้นั่งรถไฟฟ้าไป เพราะง่ายและสะดวกกว่า
สถานีขนส่งรถทัวร์ Jurong Town Hall
เดินไปสถานีพร้อมกับกระเป๋าเป้ รด. เพื่อไปขึ้นรถไฟจาก Jurong ไปยัง Chinatown เจ้ากรรม ! บัตร Ez-link ที่ใช้ในการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะในประเทศสิงคโปร์ที่ซื้อเมื่อปี 2558 หมดอายุ พอจะซื้อบัตรใบใหม่ เคาท์เตอร์ก็เปิด 8.00 น.
ได้ ฉันจะยืนรอจนกว่าเคาท์เตอร์มันจะเปิด
ทนยืนไม่ไหว เมื่อยเท้า ยอมเดินไปขึ้นรถเมล์สาย 143 จ่ายค่าโดยสารเป็นเงินสดแทน 2.90 ดอลลาร์ คนขับบอกว่าเราให้เงินไม่ครบ ขาดอีก 10 เซนต์ (3 บาท) ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงเต็ม ๆ มาย่าน Chinatown
ป้ายแสดงข้อมูลรถเมล์แบบอิเล็กทรอนิกส์
วันแห่งการช็อปปิ้ง
เคาท์เตอร์ขายบัตร Ez-link เปิดพอดี เดินไปซื้อบัตรโดยสารก่อนจะไปกินข้าวที่ People's Park Centre เป็นข้าวหมูแดงหมูกรอบ แต่ไม่อิ่ม เพราะให้ข้าวน้อย
ร้านข้าวไก่ในศูนย์อาหาร People's Park Centre
จากนั้นเดินไปที่โรงแรม พนักงานใจดีมาก อนุญาตให้เช็คอินล่วงหน้าได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอเวลา 15.00 น. แต่เราก็ไม่สนใจใยดี หนีพนักงานโรงแรมไปห้างมุสตาฟาเซ็นเตอร์
เราจะช็อปปิ้งกันตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเลย
นั่งรถเมล์จากหน้าที่พักสาย 147 มาลงป้ายโรงแรม Broadway แล้วเดินต่อไปยังตัวห้างมุสตาฟา เซ็นเตอร์
สิ่งแรกที่จะซื้อก็คือแปรงสีฟันและยาสีฟัน เพราะลืมเอามา
สรุปเดินเลยห้าง (ฮา) ห้างมุสตาฟา เซ็นเตอร์มันไม่ได้ติดถนน มันต้องเลี้ยวเข้าซอย แต่เราเดินเลยไปอย่างไม่สนใจใยดี เดินจนไปถึงห้าง City Square Mall
ต้องเดินย้อนกลับมาอีก แล้วเราก็เจอมันจริง ๆ ห้างมุสตาฟาเซ็นเตอร์
เดินเลือกชุดแปรงสีฟันและยาสีฟัน แล้วก็เดินไปโซนน้ำหอม ดมกลิ่นทุกกลิ่น และตัดสินใจเลือกซื้อน้ำหอมในวันแรกที่มาถึงสิงคโปร์ทันที ได้แก่ Versace Eros
คนฉลาดเขาช็อปปิ้งกันวันแรก เพราะวันสุดท้ายจะได้จัดกระเป๋าทีเดียวเลย ไม่ต้องมารื้อเข้า-ออกให้เสียเวลาจัดของใหม่
ย่านลิตเติ้ลอินเดีย
หลังจากที่เดินทั่วห้างจนเหนื่อยและหิวแล้ว ก็เดินย้อนกลับมายังศูนย์อาหาร Tekka Center และตัดสินใจกินขนมผักกาด (Fried Carrot Cake)
ร้านขนมผักกาดในศูนย์อาหาร Tekka Center
อยากจะร้องไห้ เพราะว่าเป็นขนมผักกาดที่อร่อยมาก อร่อยที่สุดในโลก ไม่เคยกินขนมผักกาดร้านไหนอร่อยเท่าร้านนี้ แถมเจ้าของทำตัวแป้งเอง (โฮมเมด) ฟินใจมาก ไม่เคยรู้สึกฟินกับอาหารอะไรมาก่อนในชีวิต
มาสิงคโปร์รอบหน้าต้องกลับมาซ้ำ
แล้วก็เดินทะลุมายัง Jalan Besar แล้วแวะเดินเล่นที่ Sim Lim Tower ก่อนเดินทางกลับโรงแรมไปเช็คอินกับพนักงาน อาบน้ำ นอนงีบสักพักแล้วค่อยออกไปเที่ยวใหม่
อ่าวมาริน่า
หลังจากงีบไปในช่วงบ่าย เตรียมตัวออกไปดูเมอร์ไลออน แลนด์มาร์คประเทศสิงคโปร์
เราเดินผ่านย่าน Telok Ayer ช่วงเย็น เป็นช่วงเลิกงานของคนทำงานย่านออฟฟิซแถวนี้พอดี ก็พบกับฝูงมวลมหาประชาชนพรั่งพรูออกมาขึ้นรถไฟฟ้าและรถเมล์ ส่วนเราไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาเดินไปอ่าวมาริน่า
ถึงแล้วสิงโตทะเลพ่นน้ำ (Merlion) กับนักท่องเที่ยวเป็นร้อย มุมมหาชน แต่รู้สึกไม่หวือหวาเท่าไหร่ เพราะมาจนเบื่อ มาสิงคโปร์ 5 ครั้ง เราไปเมอร์ไลอ้อนแล้ว 4 ครั้ง
ช่วงที่เดินมาดูวิวเล่นตรงสะพาน Jubilee ที่สร้างขึ้นในปี 2558 ครบรอบการก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ 50 ปี ทำให้หวนระลึกถึงการมาสิงคโปร์ครั้งแรกเมื่อ 9 ปีที่แล้ว
อ่าว Marina
มื้อเย็นที่ใจกลางสิงคโปร์
เราเดินจากอ่าวมาริน่า ตรงมายังศูนย์อาหาร Lau Pa Sat ซึ่งตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ แน่นอนว่าราคาก็แปรผันตามกำลังผู้ซื้อ แต่สำหรับเรามันคือกับดักนักท่องเที่ยว (tourist trap) ตัวฟันเงินในกระเป๋าคนเอเชีย หนึ่งในนั้นคือหนูเอง ฮ่า ๆ
ศูนย์อาหาร Lau Pa Sat
แล้วก็เดินกลับที่พักอีกครั้ง ประหยัดค่ารถเมล์ไปในตัว
จบไป 1 วันแบบไม่ได้ไปเที่ยวที่สถานที่ท่องเที่ยวใด ๆ เลย นอกจากในเมืองกับห้าง
อยู่อย่างคนสิงคโปร์
เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยอาหารเช้าจากโฮสเทล เป็นกาแฟและน้ำชา เสิร์ฟพร้อมขนมปังแครกเกอร์แห้ง ๆ และเค้กเลเยอร์
แล้วก็อาบน้ำแต่งตัว ออกไปกินข้าวเช้ากันที่ Maxwell Food Centre
แม้ว่าจะตั้งอยู่ในกลางพื้นที่ธุรรกิจของประเทศสิงคโปร์ แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้ว ราคาอาหารถูกกว่า Lau Pa Sat ทุกอย่าง ถูกกว่าเกือบครึ่ง
มื้อเช้านี้ก็เลือกทานข้าวมันไก่ ราคากลาง ๆ 5 ดอลลาร์
ร้านข้าวมันไก่
ข้าวมันไก่
รูปนี้ถ่ายออกมาดีมาก องค์ประกอบลงตัวสุด ๆ
หลังจากมื้อเช้า เราย้ายมายังถนน Eu Tong Sen โดยครั้งนี้จะไปย่านช็อปปิ้งที่มีชื่อว่า Bugis นั่นเอง
Bugis เดิมทีย่านนี้จะเป็นลักษณะร้านค้าขายของทั่วไปเหมือนตลาดนัดจตุจักร แบ่งออกเป็นห้อง ๆ ติดแอร์ ราคาถูกสำหรับค่าเงินชาวสิงคโปร์ เช่น เสื้อตัวละ 5 ดอลลาร์ กางเกงตัวละ 10 ดอลลาร์ ส่วนมากจะเป็นงานฝีมือ
คล้าย ๆ กับตลาดนัดจตุจักร แต่เล็กกว่า แล้วก็เดินเล่นห้างแถวนั้น มีห้างที่ชื่อว่า Bugis+ และพื้นที่ Bugis Junction
เราเช็คแผนที่อีกรอบ และพบว่ามันอยู่ใกล้กับถนน Arab และมีสถานที่ชื่อดังอยู่คือ ซอย Haji
ไปตามรอยเลน Haji กัน
ผิดหวังกับเลน Haji
เมื่อเราเจอถนน Arab แล้ว ก็เลี้ยวตัดไปอีกฝั่งหนึ่ง เพื่อไปถนน North Bridge ที่มีจุดหมายปลายทางของเรานั่นเอง
เมื่อเรามาถึงซอย Haji ก็คือ ซอยเล็ก ๆ ที่รถวิ่งได้ทางเดียว มีร้านค้ารายล้อมรอบถนน สภาพเดียวในไทยที่คิดได้คือ เหมือนสยามสแควร์ เวอร์ชั่นซอยเดียว
ร้านค้าในซอย Haji
เดินตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอย แล้วก็เดินย้อนกลับ ไม่มีอะไรเลย (หรือเราหาไม่เจอก็ไม่รู้) ไปเดินสยามที่ไทยยังสนุกกว่า อีซอย Haji คือบ้งที่สุด
เดินชมตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย แล้วก็กลับทันที ไม่อิน ไปหาทานมื้อเที่ยงที่ถนน Orchard ย่านไฮโซดีกว่า
ย่านไฮโซ Orchard
เมื่อรถเมล์พาเราใกล้มาถึงจุดหมายแล้ว ตัดสินใจลงป้ายรถเมล์ที่ Fort Canning Park แทน แล้วก็ข้ามถนนมาที่ Fort Canning Park ขอนั่งชมธรรมชาติและทาครีมกันแดดเพิ่มเติม
สวนสาธารณะ Fort Canning Park
ข้าง ๆ Fort Canning Park นั้นจะมีพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสิงคโปร์อยู่ มีตู้กดน้ำดื่มให้ฟรีอยู่ด้านข้างห้องน้ำชั้น 3 สามารถเดินทางเชื่อมเข้าไปได้เลยทางด้านซ้ายมือ
ใช้เวลาในการเดินดูเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สวนแห่งนี้ เพราะมาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว
มีสถานที่เก่าแก่ให้ชม เช่น ป้อมปราการสมัยสงครามโลกที่ 2 ที่มีบันไดสูง
และเราก็เดินทางไปกินข้าวที่ถนน Orchard กัน โดยอาหารที่กินเป็นข้าวแกงธรรมดาที่ห้าง The Centrepoint
จากนั้นก็ไปเตรียมเสบียงในร้าน Fairprice ที่ขายสินค้าราคาประหยัดสำหรับชาวสิงคโปร์ มีอาหารป้ายเหลืองด้วย อยากจะหยิบมาแต่ก็กระไรอยู่ กระเป๋าเต็ม
เมื่อหนังท้องอิ่ม เราก็ออกมารอรถเมล์สาย 36 เราจะไปสนามบินชางงี
ไปนั่งรถเมล์เล่น 1 ชั่วโมงกัน
ไปที่สนามบิน
ฆ่าเวลาช่วงบ่ายด้วยการนั่งรถเมล์ 1 ชั่วโมงไปยังสนามบิน ค่าโดยสารก็ไม่ใช่ถูก ๆ ราคา 3 เหรียญกว่า
พอได้ก้าวเท้าขึ้นรถ ก็หยิบแว่นตากันแดดมา แล้วเอนหัวพิงกับตัวรถ นั่งยาว ๆ ไปจนถึงสนามบิน
รถเมล์สาย 36 ไม่มีชั้น 2 เพราะว่ารถจะต้องวิ่งลงไปในชั้นใต้ดินของสนามบิน ซึ่งมีเพดานสูงไม่มากพอนัก
สิ่งที่เราจะมาดูนั่นก็คือ Jewel Changi ที่สร้างเสร็จและเปิดให้ชมเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2562
น้ำตกที่สนามบิน Changi
จากนั้นเราก็ลงมาชั้นใต้ดิน เพื่อที่จะนั่งรถเมล์สายเดิมกลับเข้าตัวเมือง โชคดีมากที่มีรถมารอเลย ไม่ต้องเสียเวลารอนาน
เดินทอดน่อง
รถเมล์ก็พากลับมายังทางเดิม คราวนี้รถเริ่มติด เพราะเป็นช่วงเวลาเลิกงาน เราจึงเลือกลงที่ป้าย Suntec City เดินเที่ยว และกินฟาร์สฟู๊ดฟิลิปปินส์ Jollibee เชนร้านอาหารจากประเทศฟิลิปปินส์
ช่วงตกเย็น เราเดินมาเรื่อย ๆ เลียบถนนมาแถวย่าน Marina Bay Sands และเดินขึ้นไปชั้นดาดฟ้า เพื่อไปชมวิวช่วงห้าโมงเย็นของสิงคโปร์ได้ฟรี ที่ตึก The Shoppers @ Marina Bay Sands จนใกล้ค่ำ ก็เดินกลับบ้านเหมือนเดิม ถนนเส้นทางเดิมเมื่อวาน
โรงแรม Marina Bay Sands
แน่นอนว่าเราต้องเดินผ่านย่าน Raffle Place เราก็ต้องเจอศูนย์อาหาร Lau Pa Sat เหมือนเดิม แต่คราวนี้ขอกินข้าวแกงราคาประหยัด
ราคาอาหารแห่งนี้แพงเกินจริง เคยได้ยินการโฆษณาการท่องเที่ยวศูนย์อาหาร Lau Pa Sat แต่ไม่เป็นมิตรกับผู้มีรายได้น้อยเลย
ไปห้าง VivoCity
เริ่มต้นเช้าวันนี้ด้วยการรับประทานขนมปังที่ซื้อมาจากร้าน Fairprice เมื่อวานจากห้าง The Centrepoint แล้วก็กินกาแฟ ชา ของโรงแรมมรองท้องก่อนที่ออกไปทานข้าวเช้าที่ People's Park Centre จุดเดียวที่เรากินในวันแรกนั่นแหละ
แล้วเราก็เดินข้ามจากถนน Eu Tong Sen มาถนน South Bridge ฝั่งหน้าศูนย์อาหาร Maxwell เพื่อจะรอรถเมล์ เพราะจะไปเกาะ Sentosa ด้วยการนั่งรถเมล์สาย 145
ผิดฝาผิดฝั่ง เมื่อวานควรกินข้าวที่ People's Park Centre เพราะมีเป้าหมายจะขึ้นรถเมล์ฝั่ง Eu Tong Sen ส่วนวันนี้ควรกินข้าวที่ศูนย์อาหาร Maxwell เพราะว่าจะขึ้นรถเมล์ที่ Maxwell
เมื่อมาถึงก็เข้าร้านหนังสือ Popular อยากรู้ว่าร้านหนังสือในต่างประเทศนั้นจะเหมือนกับในประเทศไทยไหม แต่ก็ไม่ต่างกัน ด้านในนอกจากจะขายหนังสือแล้ว ก็ขายอุปกรณ์ไอที แก็ดเจ็ต เหมือนร้าน B2S
เดิน ๆ ดูก็เหมือนห้างทั่วไป ไม่ได้มีอะไรหวือหวาเท่าไหร่ แต่คนเยอะมาก เพราะมันเป็นจุดที่ต่อไปยังเกาะ Sentosa นั่นเอง
เดินมาสักพักก็เจอห้องสมุดของรัฐบาลที่อยู่ในตัวห้าง เปิดให้เข้าฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย คุณป้าท่านหนึ่งก็แนะนำวิธีเข้า ให้เราลงทะเบียนออนไลน์นะ แล้วเอา QR Code มาสแกนประตู เราก็ทำตามอาม่า หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเชื่อฟังอย่างง่ายดาย เปิดหาสัญญาณไวไฟปุ๊ป ไม่ขึ้นสักขีด
เลยต้องเดินจากชั้น 4 ลงมาเรื่อย ๆ หาสัญญาณไวไฟสำหรับเอาไว้ลงทะเบียนเข้าห้องสมุด ไปจบที่ร้านแมคโดนัลด์เหมือนเดิม (ฮา)
ภายในห้องสมุด
ก็เหมือนห้องสมุดทั่วไป ติดแอร์ มีปลั๊กไฟให้ชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ มีเครื่องถ่ายเอกสารไว้บริการ
ทีชอบมากที่สุดคือการวางนิตยสารในห้องสมุด คือการทำเป็นช่อง ๆ แล้วก็ถ้าสนใจเล่มไหน ก็ดึงฝา ดึงลิ้นชักออกมา ข้างในก็มีนิตยสารรายล่าสุด ย้อนหลังไปถึง 6-7 ฉบับให้ด้วย
ชั้นวางนิตยสารในห้องสมุด
พอนั่งพักจนหายเหนื่อย ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม ก็เดินทางไปเกาะ Sentosa ผ่านทาง Sentosa Broadwalk
สำหรับสายประหยัด แนะนำให้เดินเข้าเกาะ Sentosa ส่วนขากลับให้นั่งรถรางเดี่ยวกลับได้เลย ไม่เสียเงิน ประหยัดได้ 4 เหรียญ
เมื่อปี 10 ปีที่แล้วบันไดเลื่อนมันใช้งานได้ มาอีกทีปี 2567 บันไดเลื่อนมันก็พุพังไปตามกาลเวลา เฟลสุด ๆ
ถึงเกาะ Sentosa
ด้วยความที่เคยมาสถานที่แห่งนี้แล้ว ก็เลยไม่ได้รู้สึกหวือหวาแต่อย่างใด ใช้เวลาเดินดูร้านรวงต่าง ๆ ได้ไม่นานก็ขึ้นรถไฟไปลงสถานีอื่นแทน ไปดูชายหาดที่สถานีบีช แล้วก็พบกับผืนน้ำอันยิ่งใหญ่
ศูนย์อาหาร Malaysia Food Street ในเกาะ Sentosa
ลูกโลกหน้าทางเข้า Universal Studio Singapore
ช่วงที่เดินย้อนกลับมาสถานีบีชเพื่อจะนั่งรถไฟฟ้ารางเดี่ยวกลับ ตาก็เหลือบไปเห็นรถรับ-ส่งในเกาะ Sentosa ก็เลยยอมทิ้งความหิวเพื่อไปนั่งรถโง่ ๆ 1 รอบ
รถพาเรามายังสุดปลายหาด Siloso มีสะพานเล็ก ๆ ให้เดินข้ามไปยังเกาะน้อย ๆ ลมแรงดีมาก เหมือนไม่ได้อยู่ในสิงคโปร์ ฟีลหาดชะอำ หัวหิน
หาด Siloso ในเกาะ Sentosa
ยืนเล่นอยู่ที่ทะเลได้ไม่นานก็กลับเลย แต่คนขึ้นเยอะมาก คนเต็มตลอดเวลา ต้องยอมเดินเท้ากลับไปยังสถานีรถไฟฟ้ากันอีกแล้ว และขึ้นรถไฟรางเดี่ยวกลับห้าง VivoCity
กลับมากินไก่ทอด KFC ที่อยู่ภายในห้าง VivoCity
เคาท์เตอร์ร้าน KFC
ข้ามถนนมายังฝั่งตรงข้ามเพื่อที่จะนั่งรถเมล์ไปยังห้าง Mustafa Centre กันอีกรอบ เพราะไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนอีก
เดินเล่นในห้าง Mustafa Centre ได้ไม่นาน พลบค่ำก็กลับมาทานข้าวที่ศูนย์อาหาร Tekka Centre เหมือนเดิม คราวนี้กินข้าวหมกไก่บริยานิย่านคนอินเดียแทน
ร้านข้าวบริยานิที่ศูนย์อาหาร Tekka Centre
ทานข้าวเสร็จแล้วก็นั่งรถเมล์กลับโรงแรมเลย เริ่มรู้สึกเบื่อแล้วสิ ไม่รู้จะไปไหน
วันสุดท้ายในสิงคโปร์
วันสุดท้ายในประเทศสิงคโปร์ อาบน้ำแต่งตัว จัดกระเป๋า สัมภาระให้ครบถ้วน แล้วไปเช็คเอาท์กับเจ้าหน้าที่ของโรงแรม และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม และออกไปทานข้าวมันไก่ร้าน Tian Tian ร้านข้าวมันไก่ชื่อดังที่ศูนย์อาหาร Maxwell
ร้านข้าวมันไก่ Tian Tian
เป็นการตามรอยกระทู้ pantip หรือเป็น Tourist Trap ต้องลองดูเสียแล้ว (ฮา)
เอาจริง ๆ ก็รู้จักมานานแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าอยากกิน เพราะขี้เกียจไปต่อคิว คนเยอะ
ไปตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่มีคิวยาว เดินเข้าไปสั่งได้เลยโดยไม่ต้องกดบัตรคิวหรือต่อแถว
เตรียมตัวไปดูเขื่อน ดูอ่างเก็บน้ำประเทศสิงคโปร์ที่ปากอ่าว ชื่อว่า Marina Barrage กันในช่วงเช้านี้
ไปดูอ่างเก็บน้ำ
นึกว่าจะหาตู้เติมเงินยาก เพราะหันไปทางไหนก็ไม่เจอตู้ที่รับเงินสด
ปรากฎว่าเส้นผมบังภูเขา ที่ตู้เติมเงินบัตรโดยสารมีป้ายเขียนไว้ว่า Cash Accepted ฮ่า ๆ
ตู้เติมเงินบัตรโดยสาร Ez-link ที่รับเงินสดจะมีป้ายเขียนไว้ด้านบนว่า Cash Accepted (ตู้ทางขวามือ)
แล้วเมื่อเงินในบัตรพร้อม เราก็เดินทะลุศูนย์อาหาร Maxwell มายังอีกฝั่งหนึ่งเพื่อที่จะรอรถเมล์ไปยังเขื่อนและสวน Garden by the bay
ถ้าเบื่อศูนย์อาหาร Maxwell ให้เดินทะลุมาด้านหลัง จะมีศูนย์อาหาร Amoy Street Food Centre
รถเมล์ที่วิ่งไป Marina Barrage และสวน Garden by the Bay เป็นสาย 400 เป็นคนแรกของรถเมล์ (ฮา) ที่นาน ๆ มาที แถมไม่ค่อยมีคนขึ้นอีกต่างหาก
เรานั่งรถเมล์มาถึงทางเข้าหลักของ Garden by the Bay แล้ว ก็เดินข้ามไปดูฝั่งทะเล หรือเรียกว่าช่องแคบสิงคโปร์
วิวเขื่อน Marina
ในบริเวณของเขื่อน Marina เองก็มีการจัดนิทรรศการด้านการลดโลกร้อน รีไซเคิล แต่ว่าไม่ได้ใช้เวลานานมากนัก ก็เดินกลับไปยังทาง Marina Bay Sands และต้องเดินผ่าน Super Tree รอบที่ 9,999,999 ฉันเบื่อกับอีต้นไม้นี้เต็มทน
ชั้นดาดฟ้าของอาคาร Marina Barrage
บ่อน
เราก็เดินเลียบทะเลกลับไปที่โรงแรม Marina Bay Sands อีกรอบ เข้าไปในบ่อน แต่ว่าไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป แต่ว่าใช้เวลาสำรวจอยู่ได้ไม่นานนัก เราก็ออกมามือเปล่า ไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่นัก ออกมารอรถเมล์เพื่อจะไปซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟสากล เราะว่าลืมนำจากบ้าน เราก็นั่งรถไปที่ศูนย์การค้า Bras Basah Complex
ท้องอิ่มแล้ว ก็ไปร้าน Popular Bookstore ควักเงินจ่ายซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟสากล
หอสมุดแห่งชาติ
ข้าง ๆ ห้าง Bras Basah Complex นั้นในระยะไม่เกิน 100 เมตรก็คือหอสมุดแห่งชาติ (National Library Lee Chong Kian) ข้างในมีหลายชั้นมาก แบ่งออกเป็นหลากหลายหมวดหมู่ เช่น หนังสือทั่วไป หนังสือด้านบัญชีและธุรกิจต่าง ๆ ค่อนข้างกว้างขวาง แต่ไม่ค่อยมีเก้าอี้ให้นั่งสำหรับคน walk-in เท่าไหร่นัก เพราะคุณต้องจองที่นั่งในห้องสมุด !
ทางเช้าหอสมุดแห่งชาติ Lee Chong Kian
ส่วนมากไม่ได้เข้ามาอ่านหนังสือ เข้ามาตากแอร์ เปิดแลปท็อป เล่นอินเทอร์เน็ตหรือมาทำงานกันเสียมากกว่า น้อยคนนักที่จะเข้ามาอ่านหนังสือจริง ๆ
เดินห้างวนไป
เราก็เลยเดินขึ้นเหนือไปอีกนิดหน่อยเพื่อไปห้าง Bugis+ ห้างเดิมที่เรามาเมื่อไม่กี่วันก่อน
ตกบ่าย ท้องก็หิวอีกครั้ง มองหาของกินต่อ ไปตระเวนหาร้านที่อยู่ตรงข้ามกับห้าง Bugis+ ก็คือ Cheng Yan Court เป็นร้านขนมปังโฮมเมด
วันสุดท้ายแล้ว ตัดสินใจไปห้าง Mustafa Centre อีกครั้ง เป็นการไปห้าง 3 ครั้งใน 4 วัน (ฮา)
เดินเล่นบริเวณห้าง Sim Lim Square สถานที่ขายสินค้าไอที และเดินทะลุไปเรื่อย ๆ จนถึงห้าง Mustafa Centre ซื้อน้ำหอม 1 ขวดแล้วก็กลับเดินไปรอรถเมล์เลย
พยายามหาทานมื้อเย็นบริเวณศูนย์อาหาร Berseh Food Centre แต่ดูแล้วไม่น่ากินท่าไหร่ กลับไปกินที่ People's Park Centre เหมือนเดิม เมนูขนมผักกาด ของโปรดสุด ๆ
เช็คเอาท์
เรานั่งรถเมล์สาย 147 กลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง เพื่อที่จะนำสัมภาระที่ฝากไว้ตั้งแต่เที่ยง เตรียมตัวไปขึ้นรถทัวร์กลับมาเลเซีย อาบน้ำล้างตัวหลังจากที่ตระเวณรอบประเทศมาทั้งวัน
ตอนแรกเจ้าหน้าที่โรงแรมก็จะไม่ให้อาบแล้ว แต่ก็ใจดี คนกันเอง คุยได้ง่าย เธอบอกเราว่า ได้ แต่ว่าอาบน้ำเรียบร้อยแล้วต้องออกจากโรงแรมจริง ๆ แล้วนะ
นั่งรถเมล์มาลงป้าย Golden Mile Complex เพื่อที่จะมาขึ้นรถทัวร์กลับไทย มีกำหนดเวลารถออก 23:00 เราก็หิวอีกแล้ว
เด็กมีปัญหา กินไม่ก็เคยอื่ม
ไปหาของกินกันอีกรอบ ณ Golden Mile Food Centre และสั่งน้ำหวานที่มีชื่อว่า บันดุง (Bandung) นมเย็นเวอร์ชั่นสิงคโปร์ เปิดดึกสุด ๆ
ร้านขายเครื่องดื่มในศูนย์อาหาร Golden Mile Food Centre
พอถึงเวลา 23:00 รถทัวร์คันเดิมที่ทิ้งเราตอนขามาก็มารับ โดยเดินทางจากตัวเมืองไปยังพรมแดน Tuas เหมือนเดิม ใช้ระยะเวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงพอดีจากตัวเมืองมาถึงพรมแดน
รถวิ่งมาถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์โดยสวัสดิภาพในตอนเช้าที่ KL Sentral สวย ๆ
สรุป
เป็นทริปแปลก ๆ ไปห้าง Mustafa Centre 3 ครั้งใน 4 วัน ไม่มีแบบแผนใด ๆ ทั้งสิ้น ตอนแรกคิดว่าตัวเองจะไม่ใช่สายช็อปปิ้ง สายกิน สายเดินเทรล แต่เปล่าเลย ไม่มีอะไรในหัวทั้งสิ้น ราวกับคนสิงคโปร์ที่แท้ทรูว่า ทำไมฉันต้องตะลอนเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ ใน 4 วัน
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมที่พักก็และค่าตั๋วก็ 12,000 บาท ถ้าไม่ซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟ น้ำหอม 2 ขวด คงจะประหยัดไปได้ 3,100 บาท ค่าใช้จ่ายรายวันก็ประมาณ 655 บาท
ปล. การพักในโฮสเตลไม่มีปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะเรามีผ้าเช็ดตัวส่วนตัวเ เอาไปกางปิดกั้นบังตาเอาไว้ แต่ต้องเป็นเตียงล่างเท่านั้นนะ
เตียงนอนรวมที่กั้นความเป็นส่วนตัวด้วยผ้าเช็ดตัว
ค่าใช้จ่าย
| รายการ | สถานที่ | ราคา |
|---|---|---|
| รถเมล์สาย 143 | อู่ Jurong East | 3 |
| บัตร Ez-Link พร้อมเติมเงินในบัตร 10 เหรียญ | สถานีรถไฟฟ้า Chinatown | 20 |
| ข้าวหมูแดงหมูกรอบ | ห้าง People's Park Complex | 7 |
| น้ำดื่ม | ห้าง People's Park Complex | 1.20 |
| ชุดแปรงสีฟัน | ห้าง Mustafa Centre | 3.30 |
| น้ำหอม Versace Eros | ห้าง Mustafa Centre | 61 |
| ขนมผักกาด | ศูนย์อาหาร Tekka Centre | 5 |
| น้ำอัดลมกระป๋องโค้ก | ศูนย์อาหาร Tekka Centre | 1.50 |
| ข้าวหมกไก่บริยานี | ศูนย์อาหาร Lau Pa Sat | 7.80 |
| น้ำปั่นโยเกิร์ตมะม่วง | ศูนย์อาหาร Lau Pa Sat | 5.90 |
| ครีมอาบน้ำ Dove | FairPrice สาขาห้าง Chinatown Point | 3.60 |
| รายการ | สถานที่ | ราคา |
|---|---|---|
| ข้าวมันไก่ | ศูนย์อาหาร Maxwell Food Centre | 5 |
| ขนมปังสอดไส้ | Fairprice สาขาห้าง The Centrepoint | 3 |
| ข้าวแกง | ห้าง The Centrepoint | 4.10 |
| ไก่ทอด JolliBee | Suntec City | 8.80 |
| ข้าวแกง | ศูนย์อาหาร Lau Pa Sat | 3.30 |
| รายการ | สถานที่ | ราคา |
|---|---|---|
| ข้าวแกง | ห้าง People's Park Complex | 4.80 |
| ชุดไก่ทอด KFC | ห้าง Vivo City | 10.80 |
| ข้าวหมกไก่บริยานี | ศูนย์อาหาร Tekka Centre | 6.50 |
| ขนม | FairPrice สาขาห้าง Chinatown Point | 2.70 |
| รายการ | สถานที่ | ราคา |
|---|---|---|
| ข้าวมันไก่ Tian Tian | ศูนย์อาหาร Maxwell Food Centre | 6 |
| เติมเงิน Ez-Link | สถานีรถไฟฟ้า Maxwell | 10 |
| ข้าวแกง | ห้าง Bras Basah Complex | 3.60 |
| กาแฟเย็น | ห้าง Bras Basah Complex | 1.70 |
| หัวแปลงปลั๊กไฟ | ร้าน Popular สาขาห้าง Bras Basah Complex | 29.90 |
| ขนมปัง | ใต้ตึก Cheng Yan Court | 6.20 |
| น้ำหอม Versace pour Homme | ห้าง Mustafa Centre | 55 |
| ขนมผักกาด | ห้าง People's Park Complex | 5 |
| บันดุง | Golden Mile Food Centre | 3 |