Skip to main content

2024 Singapore Trip

· 34 min read

ทริปเดี่ยวสิงคโปร์ 4 วัน 3 คืน กำเงินซื้อตั๋วแล้วออกเดินทางเลย

(ยังเขียนไม่จบ)

เราเลือกใช้วันลาที่มีอยู่ รวมกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เดินทางไปเที่ยวสิงคโปร์ หลังจากที่ก่อนหน้าที่จะย้ายมาทำตำแหน่งงานใหม่นั้น มีแผนว่าจะพักผ่อน เป็นรางวัลให้กับตัวเอง แต่หลังจากนั้นก็ได้แต่ทำงานใหม่อย่างเดียวติดต่อกันจนไม่มีเวลาพัก

ไปเที่ยวสิงคโปร์กัน

เตรียมตัวก่อนการเดินทาง

เรานั่งรถไฟจากสถานีรถไฟราชบุรีมายังชุมทางหาดใหญ่ แล้วก็จองตั๋วรถทัวร์สำหรับการเดินทางมายังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

Tony Suasana, Hatyai หน้าร้านหาดใหญ่ โทนี่ ซูซาน่า ทัวร์

ใช้เวลาในการเดินทางเต็ม 12 ชั่วโมง มาถึงสถานีขนส่ง TBS และกว่าจะเดินทางกลับถึงที่พักก็เที่ยงคืนพอดี อาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เปิดเว็บไซต์จองโรงแรม หาที่พักในประเทศสิงคโปร์ในย่าน Chinatown ต่อ พร้อมทั้งจองรอบรถทัวร์สำหรับการเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ พร้อมทั้งไม่ลืมลงทะเบียน SG Arrival Card

info

ที่พัก 3 คืนในราคาตกคืนละ 871 บาท และตั๋วรถทัวร์ขาไปในราคา 371 บาท และขากลับราคา 967 บาท

รุ่งเช้าก็รีบเดินทางไปห้าง Mid Valley Megamall เพื่อแลกเงินสกุลดอลลาร์สิงคโปร์ แลกมาแค่ 160 ดอลลาร์เพราะว่ามีเงินของเก่าอยู่แล้ว เรตราคาสูงเอาเรื่อง 1 ดอลลาร์เท่ากับ 27 บาทไทยโดยประมาณ

Midvalley Megamall ภายในห้างมิดวัลลี เมกะมอลล์

ตกเย็นก็เริ่มเก็บกระเป๋าเดินทาง และเดินทางไปยังสถานีขนส่ง TBS

Bandar Tasik Selatan ภายในสถานีขนส่ง TBS

note

จองตั๋วรถรอบ 4 ทุ่ม แต่ได้ขึ้นรถจริงตอนเวลาเที่ยงคืน

Bandar Tasik Selatan Inside ประตูทางออกขึ้นรถ

คนขับก็แจ้งเลยว่าจะขอเหยียบอย่างเดียว ใครอยากเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัว ก็ขอให้ทำให้เรียบร้อย

ด่านตม.ขาออก

หลังจากที่รถเมล์วิ่งมา 5 ชั่วโมงก็ถึงด่านขาออกประเทศมาเลเซีย (ด่าน Sultan Abu Bakar Complex) คนที่มาต่อแถวเพื่อที่จะข้ามไปฝั่งประเทศสิงคโปร์ก็หยิบสมาร์ทโฟนมาสแกนปรื๊ด ๆ ผ่านด่านอัตโนมัติไปโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ซักถามสักคำ

ส่วนเราเด็กไทย ไม่มีแอปฯ ไม่มี QR Code เหมือนชาวบ้านเขา ก็ต้องมายืนต่อแถวตามปรกติ

info

เจ้าหน้าที่ตม.มุสลิมหญิงสแกนพาสปอร์ตแล้วก็สอบถามว่า ยังทำงานอยู่ไหม คงสงสัยว่าเข้า-ออกประเทศมาเลเซียไม่ถึง 24 ชั่วโมง

แล้วก็ประทับตราให้ตามปรกติ ไม่ถามอะไรนอกเหนือจากนั้น

ออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองมาก็เตรียมตัวข้ามสะพาน Second Link เพื่อไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง Tuas กัน โดยมีจุดหมายปลายทางคือห้าง Golden Mile Complex

ห้องน้ำแห่งกาลเวลา

อดทนอดกลั้นกระเพราะปัสสาวะมานมนาน ไม่กล้าเข้าห้องน้ำที่ด่านตม.มาเลเซียเพราะเป็นที่ขึ้นชื่อด้านความสะอาด พอลงรถทัวร์ปุ๊บ เดินไปเข้าห้องน้ำอย่างสบายใจเฉิบ สังเกตดูแล้วคงมีคนต่อแถวไม่เยอะ

พลันออกมาจากห้องน้ำ ก็เดินเข้าแถวเพื่อตรวจตราด่านตม. Tuas แค่ไปเข้าห้องน้ำไปไม่ถึง 5 นาที ออกมา คนที่มารถทัวร์คันเดียวกันโดนคั่นด้วยคนอื่น 5-6 คน ทุกแถว แต่ก็ไม่เป็นไร แถวไม่ยาวเท่าไหร่ ค่อย ๆ ขยับไป รอเข้า auto-gate สวย ๆ

เมื่อมาถึงที่เครื่องตรวจอัตโนมัติ เราก็สแกนหนังสือเดินทาง (Passport) ปรากฎว่าเครื่องปฏิเสธ บอกให้เราไปที่ช่องเคาท์เตอร์ปรกติ

Singapore ICQ Inside เครื่องสแกนหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (auto-gate)

จะลองทำอีกกี่ครั้งผลลัพธ์เหมือนเดิม ดังนั้นเรากับลุงแก่ ๆ 2 คนต้องไปหาเจ้าหน้าที่ ตัวเจ้าหน้าที่ที่เคาท์เตอร์ก็ถามคำถามเล็ก ๆ น้อยทั่วไป เช่น มากี่วัน ลงทะเบียนมาหรือยัง พักที่ไหน ขอดูหลักฐานการจองหน่อย

หลังจากที่หลุดออกมาจากด่านฯ ได้แล้ว ก็รีบวิ่งกลับไปรถทัวร์คันที่เรานั่งมา เพื่อเดินทางเข้าตัวเมืองสิงคโปร์ ปรากฎว่ารถทัวร์นั้นกลับหัวรถ พร้อมกับวิ่งฉิวไปต่อหน้าต่อตา ส่วนคนลุงแก่ ๆ ที่ติดด่านตม. พร้อมกับเรานั้น แกวิ่งสู้ฟัด ได้ผล รถจอดให้แกขึ้น ส่วนเราอ่อนแอ อายุน้อยร้อยโล เดินสวย ๆ อยู่ในด่าน ไม่รู้จะเอายังไงต่อ

note

โชคดีมากที่เอากระเป๋าสัมภาระลงมาจากรถด้วย มิฉะนั้นละมึงเอ้ย ซวยของจริง

เข้าเมืองด้วยรถเมล์

ในใจคิดว่าถ้าอย่างนั้นเรายอมเดินไปที่ป้ายรถเมล์ เพื่อหารถเมล์เข้าสู่ตัวเมืองเอาก็ได้

เหมือนจะได้ผล เพราะเราเจอป้ายห้ามเดินเข้า-ออกที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

Walking along Singapore ICQ เดินออกจากศูนย์ไม่ได้ เพื่อความปลอดภัย ผิดกฎหมาย

มองซ้ายมองขวา เจอรถเมล์เหลือง Causeway Link โดยจะต้องนั่งรถไปลงป้าย Jurong East ไม่รู้ว่าอยู่จุดไหนของสิงคโปร์ เคยได้ยินแต่ชื่อ

tip

สายที่ใกล้โรงแรมที่จองไว้แถวย่าน Chinatown มากที่สุดคือต้องไปลงที่ Jurong East

ก็เลยไปต่อแถวขึ้นรถเมล์ Causeway Link กับทหารเกณฑ์ NS Men ที่ดันสวมเสื้อลายพราง พร้อมที่จะกลับเข้ากรมทหาร เราดันไปแต่งตัวคล้ายกันอีกเพราะว่าสะพายเป้รด. มาเที่ยวเหมือนกัน พร้อมกับแจ็คเก็ตสีเขียวทหาร

Causeway Link Bus รถเมล์เหลือง Causeway Link

เราขึ้นรถเมล์ไปพร้อมกับกำเงินเตรียมจ่ายค่าโดยสาร แต่ปรากฎว่าไม่มีกระเป๋ารถเมล์หรือคนเก็บเงินเลย ถามผู้หญิงคนข้าง ๆ แกก็บอกเราว่า "งั้นยูนั่งไปเถอะ"

info

ปรกติแล้วค่าโดยสารรถเมล์เหลือง Causeway Link จะเก็บตั้งแต่ต้นทาง แล้วปล่อยให้ผู้โดยสารลงที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ส่วนรถเมล์เหลืองก็จะแยกไปอีกทางเพื่อรอรับคนกลุ่มเดิมกลับขึ้นรถคันเดิมหลังจากที่ผ่านด่านมาแล้ว

ส่วนเรามาขึ้นกลางคัน เพราะโดนทิ้ง

สรุปได้นั่งฟรี นั่งกันแบบเงียบไม่มีปากมีเสียงใด ๆ

note

ตอนที่นั่งรถเมล์เหลือง Causeway Link เพื่อมาลง Jurong East นั้น ระหว่างทางเราไปเห็นอีรถบัสตัวดีที่ทิ้งเรา แต่ดีที่ Causeway Link ขับไว แซงหน้า เลยรู้สึกดีนิด ๆ

ถ้ามันไปถึงจุดหมายแล้วไม่เจอผู้โดยสารคนที่จะลงป้าย Golden Mile Complex ให้มันเอาไปบอกต่อถึงเรื่องลี้ลับ รับเด็กไทยจากด่านตม. ตอนตี 5 มาลงป้าย Golden Mile Complex แล้วพอมาถึงไม่พบผู้โดยสาร ฟีลสาวชุดดำวัดเสมียนนารี

เข้าตัวเมืองกี่โมง

รถเมล์ Causeway Link พาผู้โดยสารมาลงที่ Jurong Town Hall Bus Interchange ตอนนั้นประมาณ 6.30 น. แล้ว เพราะอีกไกลกว่าจะถึงย่าน Chinatown

เลยถ่ายรูปและเดินเล่นแถวนั้น

Jurong East Bus Interchange Jurong East Bus Interchange

สอบถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นถึงเรื่องสายรถเมล์ที่จะไปย่าน Chinatown ก็ได้คำตอบเป็นรถสาย 143 แต่เจ้าหน้าที่ก็แนะนำให้นั่งรถไฟฟ้าไป เพราะง่ายและสะดวกกว่า

พอจะเติมเงินบัตร Ez-link ที่ใช้ในการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะในประเทศสิงคโปร์ ดันหมดอายุ แล้วพอจะซื้อบัตรใบใหม่ เคาท์เตอร์ก็เปิด 8.00 น.

ได้ ฉันจะยืนรอจนกว่าเคาท์เตอร์มันจะเปิด

ก็เลยเล่นอินเทอร์เน็ตบริเวณนั้น เกาะสัญญาณฟรีไวไฟจากร้านแมคโดนัลด์เอา

McDonald JEM

ทนยืนไม่ไหว เมื่อยเท้า ยอมเดินไปขึ้นรถเมล์สาย 143 ที่อู่ต้นสายเลย ค่าโดยสาร 2.90 ดอลลาร์

danger

เรานับอย่างดี หย่อนเงินลงตู้ อีคนขับบอกกูจ่ายไม่ครบ ขาด 10 เซนต์

ช่างมัน 10 เซนต์เอง (ประมาณ 2.7 บาท)

Singapore Bus Information Electronics Display ป้ายบอกเวลารถเมล์

รถเมล์ก็วิ่งตามเส้นทางมา จนมาถึงย่าน Chinatown ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเต็ม ๆ

note

เอาจริง ๆ ณ ตอนนั้นจะนั่งรถไฟฟ้าโดยใช้บัตรเครดิตแตะเอาก็ได้ แต่กลัวโดนชาร์จค่าธรรมเนียม ก็เลยต้องมานั่งรถเมล์เอา

Inside Singaporean Bus ภายในรถเมล์สาย 143

note

Jurong East และ Jurong West คือชื่อของย่านในประเทศสิงคโปร์ โดยมีสวนสาธารณะ Jurong Lake Garden กั้นตรงกลาง ฝั่งขวาคือ Jurong East (ฝั่งตะวันออก) และฝั่งซ้ายคือ Jurong West (ฝั่งตะวันตก)

มื้อแรก

เมื่อเรามาถึงก็เป็นเวลาเปิดทำการของเคาท์เตอร์ขายบัตร Ez-link เตรียมตัวก่อนจะไปกินข้าว

info

ปรกติบัตรราคา 12 ดอลลาร์ พร้อมกับได้เงินในบัตร 7 ดอลลาร์ แต่มาคราวนี้ลดราคาบัตรลง เหลือเพียงใบละ 10 ดอลลาร์ พร้อมกับเงินในบัตร 5 ดอลลาร์

มื้อเช้าก็ฝากท้องไว้ที่ People's Park Centre เป็นข้าวหมูแดงหมูกรอบ

tip

ถามแม่ค้าว่าไซส์เล็กกับไซส์กลาง แตกต่างกันอย่างไร แม่ค้าตอบว่าได้กับข้าวเยอะกว่า ก็จริง แต่ไม่เพิ่มข้าวให้

ไม่อิ่มจ้า

BBQ Pork Rice ร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบ เป็ดย่าง และไก่อบ

Cha Siew Rice ข้าวหมูแดงหมูกรอบ ราดด้วยน้ำพริกเผาและน้ำราดข้าวหมูแดง

danger

ด้วยความประหยัดเงินซื้อน้ำดื่ม ก็เลยไปที่ตู้กดน้ำ แล้วเอาปากจ่อ พอเริ่มเหยียบคันปุ๊บ น้ำพุ่งเข้าหน้า เข้าปาก เลอะเทอะไปหมด ซื้อน้ำกินเถอะ

อิ่มท้องแล้ว ไปฝากสัมภาระที่โรงแรมกัน

ช็อปปิ้งกันตั้งแต่วันแรก

ตั้งใจจะไปฝากสัมภาระ พนักงานก็ใจดีมาก บอกให้เราเช็คอินได้เลยภายในอีก 30 นาที เดี๋ยวค่อยกลับมานะ ไปกินข้าวหรือไปทำอะไรก่อนได้เลย

แต่เราเลือกที่จะออกไปเที่ยว

ไปช็อปปิ้งวันแรก ณ ห้างมุสตาฟาเซ็นเตอร์

ต่อฟรีไวไฟโรงแรมแล้วนั่งรถเมล์สองชั้นสาย 147

View from Double Deck Bus วิวจากรถเมล์สองชั้นบนถนน Eu Tong Sen

One Short Street อาคาร One Short street

เราเดินทางมาถึงย่าน Little India มี 3 ป้ายให้ลง ป้ายแรกลง Tekka Centre, ป้ายโรงแรม Broadway และป้ายสถานีรถไฟฟ้า Farrer Park

tip

ถ้าจะมาห้างมุสตาฟา เซ็นเตอร์ทางรถเมล์ ให้ลงป้ายโรงแรม Broadway แต่ถ้านั่งรถไฟฟ้ามาให้ลงสถานีรถไฟฟ้า Farrer Park ไม่งั้นเดินตีนแตก

เมื่อเราลงป้ายรถเมล์ที่ป้ายโรงแรม Broadway ก็เดินเท้าอีกนิดหน่อยเพื่อไปยังห้างมุสตาฟาเซ็นเตอร์ ช็อปปิ้งกันวันแรก เพราะลืมเอาแปรงสีฟันและยาสีฟันมา

เดินเลยห้างมุสตาฟาเซ็นเตอร์ ทะลุมาจนถึงห้าง City Square Mall

ไหน ๆ มาถึงแล้วก็เดินเล่นสักเล็กน้อยพอเป็นพิธีแล้วกัน

เป็นห้างที่ไม่มีอะไรมาก เพราะเกือบทั้งหมดกำลังปิดปรับปรุง เปิดบางพื้นที่ แต่สัญญาณไวไฟแรง จึงใช้โอกาสนี้ค้นหาว่าห้างมุสตาฟาเซ็นเตอร์อยู่ตรงไหนกันแน่

ต้องเดินย้อนกลับมาอีก แล้วเราก็เจอมันจริง ๆ ห้างมุสตาฟาเซ็นเตอร์

เดินเลือกชุดแปรงสีฟันและยาสีฟัน แล้วก็เดินไปโซนน้ำหอม ดมกลิ่นทุกกลิ่น และตัดสินใจเลือกซื้อน้ำหอมในวันแรกที่มาถึงสิงคโปร์ทันที ได้แก่ Versace Eros

Versace Eros น้ำหอม EDT ตรา Versace Eros

tip

คนฉลาดเขาช็อปปิ้งกันวันแรก เพราะวันสุดท้ายจะได้จัดกระเป๋าทีเดียวเลย ไม่ต้องมารื้อเข้า-ออกให้เสียเวลาจัดของใหม่

ทานอาหารจีนที่ย่านคนแขก

หลังจากที่เดินทั่วห้างจนเหนื่อยและหิวแล้ว ก็เดินย้อนกลับมายังศูนย์อาหาร Tekka Center

เดินชมทั่วทุกร้านแล้ว และตัดสินใจกินขนมผักกาด (Fried Carrot Cake)

Carrot Cake Stall in Singapore ร้านขายขนมผักกาดใน Tekka Centre

อยากจะร้องไห้ เพราะว่าเป็นขนมผักกาดที่อร่อยมาก อร่อยที่สุดในโลก ไม่เคยกินขนมผักกาดร้านไหนอร่อยเท่าร้านนี้ แถมเจ้าของทำตัวแป้งเอง (โฮมเมด) ฟินใจมาก ไม่เคยรู้สึกฟินกับอาหารอะไรมาก่อนในชีวิต

Black Carrot Cake ขนมผักกาด หรือ ไชเถาก๊วย

แล้วก็เดินทางกลับโรงแรมกัน ข้ามถนนไปรออีกฝั่ง

เมื่อเราเดินข้ามฝากมาถึงฝั่งถนน Jalan Besar แล้วก็ไปเดินเล่นใน Sim Lim Tower ซึ่งเราดันไปเข้าใจผิดว่ามันคือ Sim Lim Square ที่ขายอุปกรณ์ด้านไอที ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็ออกมารถเมล์เพื่อกลับโรงแรมเลย ไม่มีอะไรนอกจากแอร์เย็น ๆ

Jalan Besar Bus Stop

เช็คอินกับพนักงาน อาบน้ำ นอนงีบสักพักแล้วค่อยออกไปเที่ยวใหม่

note

ที่พักโฮสเทลอนาถาสุด ๆ มีดีแค่ราคาถูกกับแอร์เย็นอย่างเดียว นอกนั้นคือไม่มีให้เลย เช่น ผ้าเช็ดตัว สบู่ แชมพู ต้องซื้อแยกกับทางโฮสเทล แม้กระทั่งปลั๊กไฟ ยังไม่ใช้เต้ารับแบบสากล (Universal) เลย

tip

ถ้าโรงแรมไม่มีบริการเครื่องอาบน้ำให้ ให้ซื้อกับร้านสะดวกซื้อ เช่น เซเว่น อีเลฟเว่น หรือห้างสรรพสินค้า เราวิ่งไปซื้อที่ห้าง Fairprice สาขา China Point สบู่เหลว 500 มิลลิลิตร ราคา 4 ดอลลาร์ ถูกกว่าของโรงแรมที่นำมาขาย

อ่าวมาริน่า

เตรียมตัวไปดูเมอร์ไลออน แลนด์มาร์คประเทศสิงคโปร์ หลังจากงีบไปในช่วงบ่าย

เราเดินผ่านย่าน Telok Ayer ช่วงเย็น เป็นช่วงเลิกงานของคนทำงานย่านออฟฟิซแถวนี้พอดี ก็พบกับฝูงมวลมหาประชาชนพรั่งพรูออกมาขึ้นรถไฟฟ้าและรถเมล์ ส่วนเราไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาเดินไปอ่าวมาริน่า

ถึงแล้วสิงโตทะเลพ่นน้ำ (Merlion) กับนักท่องเที่ยวเป็นร้อย มุมมหาชน

ไม่หวือหวาเท่าไหร่

เดินมาดูวิวเล่นตรงสะพาน Jubilee ที่สร้างขึ้นในปี 2558 ครบรอบการก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ 50 ปี ทำให้หวนระลึกถึงการมาสิงคโปร์ครั้งแรกเมื่อ 9 ปีที่แล้ว

One Raffle Place อ่าวมาริน่า

ไม่อินกับเมอร์ไลออนเท่าไหร่นัก

มื้อเย็นที่ใจกลางสิงคโปร์

เราเดินจากอ่าวมาริน่า ตรงมายังศูนย์อาหาร Lau Pa Sat ซึ่งรายล้อมไปด้วยพนักงานออฟฟิซหลักร้อยคน

One Raffle Place ห้าง One Raffle Place ที่อยู่ใจกลางย่าน Business

ศูนย์อาหารมีชื่อว่า Lau Pa Sat ที่อยู่ในกลางย่านธุรกิจของประเทศสิงคโปร์ ราคาอาหารก็จะแปรผันตามกำลังผู้ซื้อ

เพราะฉะนั้นอี Lau Pa Sat นี้แหละตัวฟันเงินในกระเป๋าคนไทย

หนึ่งในนั้นคือหนูเอง ฮ่า ๆ

Lau Pa Sat ศููนย์อาหาร Lau Pa Sat ที่อยู่ติดถนนใหญ่

อาหารที่สั่งคือข้าวหมกไก่บริยานี

Biryani ข้าวบริยานี สีเหลือง ไก่ผัด มันต้ม น้ำพริกจาง และน้ำซุป

note

อาหารเย็นชืดมาก ไม่อร่อยเท่าไหร่

ต้องล้างปากด้วยโยเกิร์ตมะม่วง

Milk Yogurt Stall ร้านน้ำปั่นโยเกิร์ตในศูนย์อาหาร Lau Pa Sat

แล้วก็เดินกลับที่พักอีกครั้ง ประหยัดค่ารถเมล์ไปในตัว

รับบทชาวสิงคโปร์

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยอาหารเช้าจากโฮสเทล เป็นกาแฟและน้ำชา เสิร์ฟพร้อมขนมปังแครกเกอร์แห้ง ๆ และเค้กเลเยอร์

แล้วก็อาบน้ำแต่งตัว ออกไปกินข้าวเช้ากันที่ Maxwell Food Centre

แม้ว่าจะตั้งอยู่ในกลางพื้นที่ธุรรกิจของประเทศสิงคโปร์ แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้ว ราคาอาหารถูกกว่า Lau Pa Sat ทุกอย่าง ถูกกว่าเกือบครึ่ง

มื้อเช้านี้ก็เลือกทานข้าวมันไก่ ราคากลาง ๆ 5 ดอลลาร์

Singapore Chicken Rice Stall ร้านข้าวมันไก่สิงคโปร์

Singapore Chicken Rice ข้าวมันไก่สิงคโปร์

info

มีผู้หญิงท่านหนึ่งเดินเข้ามาขอแลกเงินสดกับการโอนเงินผ่านโทรศัพท์ แต่บอกไปว่าไม่ใช่คนที่นี่

หลังจากมื้อเช้า เราย้ายมายังถนน Eu Tong Sen โดยครั้งนี้จะไปย่านช็อปปิ้งที่มีชื่อว่า Bugis นั่นเอง

info

Bugis เดิมทีย่านนี้จะเป็นลักษณะร้านค้าขายของทั่วไปเหมือนตลาดนัดจตุจักร แบ่งออกเป็นห้อง ๆ ติดแอร์ ราคาถูกสำหรับค่าเงินชาวสิงคโปร์ เช่น เสื้อตัวละ 5 ดอลลาร์ กางเกงตัวละ 10 ดอลลาร์ ส่วนมากจะเป็นงานฝีมือ

คล้าย ๆ กับตลาดนัดจตุจักร แต่เล็กกว่า แล้วก็เดินเล่นห้างแถวนั้น มีห้างที่ชื่อว่า Bugis+ และพื้นที่ Bugis Junction

เราเช็คแผนที่อีกรอบ และพบว่ามันอยู่ใกล้กับถนน Arab และมีสถานที่ชื่อดังอยู่คือ ซอย Haji

ไปตามรอยเลน Haji กัน

อย่าตั้งความหวังไว้สูง

เมื่อเราเจอถนน Arab แล้ว ก็เลี้ยวตัดไปอีกฝั่งหนึ่ง เพื่อไปถนน North Bridge ที่มีจุดหมายปลายทางของเรานั่นเอง

เมื่อเรามาถึงซอย Haji ก็คือ ซอยเล็ก ๆ ที่รถวิ่งได้ทางเดียว มีร้านค้ารายล้อมรอบถนน สภาพเดียวในไทยที่คิดได้คือ เหมือนสยามสแควร์ เวอร์ชั่นซอยเดียว

เดินตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอย แล้วก็เดินย้อนกลับ ไม่มีอะไรเลย (หรือเราหาไม่เจอก็ไม่รู้) ไปเดินสยามที่ไทยยังสนุกกว่า อีซอย Haji คือบ้งที่สุด

Haji Lane ร้านค้าใน Haji lane

เดินชมตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย แล้วก็กลับทันที ไม่อิน ไปหาทานมื้อเที่ยงที่ถนน Orchard ย่านไฮโซดีกว่า

พักกรอกน้ำ

เมื่อรถเมล์พาเราใกล้มาถึงจุดหมายแล้ว ก็พบเจอสวน Fort Canning Park ตัดสินใจลงป้ายรถเมล์นั้น แล้วก็ข้ามถนนมาที่ Fort Canning Park

ระหว่างทางที่จะเดินเข้ามา ก็พบมุมถ่ายรูปมหาชน ก็คืออีบันไดวน ที่มีคนต่อแถวเยอะมากเพื่อมาถ่ายรูปกัน (ไม่ได้ถ่าย)

tip

ข้าง ๆ Fort Canning Park นั้นจะมีพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสิงคโปร์อยู่ มีตู้กดน้ำดื่มให้ฟรีอยู่ด้านข้างห้องน้ำชั้น 3 สามารถเดินทางเชื่อมเข้าไปได้เลยทางด้านซ้ายมือ

ใช้เวลาในการเดินดูเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สวนแห่งนี้ เพราะมาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว

มีสถานที่เก่าแก่ให้ชม เช่น ป้อมปราการสมัยสงครามโลกที่ 2 ที่มีบันไดสูงมาก ก้าวย่างอย่างลำบาก

Fort Canning Park ดอกเข็มประดับข้างทางถนนในบริเวณ Fort Canning Park

และเราก็เดินทางไปกินข้าวที่ถนน Orchard กัน โดยอาหารที่กินเป็นข้าวแกงธรรมดา

The Centrepoint Food Center ศูนย์อาหารในห้าง The Centrepoint

Mixed Rice ข้าวไก่ผัดพริกหวานและปลาซิว เมนูบ้าน ๆ เสือกขายราคาห้าง

จากนั้นก็ไปเตรียมเสบียงในร้าน Fairprice ที่ขายสินค้าราคาประหยัดสำหรับชาวสิงคโปร์ มีอาหารป้ายเหลืองด้วย อยากจะหยิบมาแต่ก็กระไรอยู่ กระเป๋าเต็ม

เมื่อหนังท้องอิ่ม เราก็ออกมารอรถเมล์สาย 36 เราจะไปสนามบินชางงี

ไปนั่งรถเมล์เล่นกัน

ไปเที่ยวที่สนามบิน

ฆ่าเวลาช่วงบ่ายด้วยการนั่งรถเมล์ 1 ชั่วโมงไปยังสนามบิน ค่าโดยสารก็ไม่ใช่ถูก ๆ ราคา 3 เหรียญกว่า

พอได้ก้าวเท้าขึ้นรถ ก็หยิบแว่นตากันแดดมา แล้วเอนหัวพิงกับตัวรถ นั่งยาว ๆ ไปจนถึงสนามบิน

info

รถเมล์สาย 36 ไม่มีชั้น 2 เพราะว่ารถจะต้องวิ่งลงไปในชั้นใต้ดินของสนามบิน ซึ่งมีเพดานสูงไม่มากพอนัก

สิ่งที่เราจะมาดูนั่นก็คือ Jewel Changi ที่สร้างเสร็จและเปิดให้ชมเมื่อเมษายน 2562

Walkway to Jewel at Changi Airport ทางเลื่อนไปยัง Jewel

Indoor Waterfall at Changi Airport น้ำตกในร่ม Jewel

Indoor Garden at Changi Airport สวนติดแอร์ในสนามบิน Changi

จากนั้นเราก็ลงมาชั้นใต้ดิน เพื่อที่จะนั่งรถเมล์สายเดิมกลับเข้าตัวเมือง โชคดีมากที่มีรถมารอเลย ไม่ต้องเสียเวลารอนาน

Inside Singapore Bus ภายในรถเมล์โดยสาร

กินอาหารจากฟิลิปปินส์

รถเมล์ก็พากลับมายังทางเดิม คราวนี้รถเริ่มติด เพราะเป็นช่วงเวลาเลิกงาน เราจึงเลือกลงที่ป้าย Suntec City เดินเที่ยว และกินฟาร์สฟู๊ดฟิลิปปินส์ Jollibee เชนร้านอาหารจากประเทศฟิลิปปินส์

Suntec City ห้างสรรพสินค้า Suntec City

Jollibee Chicken Set ไก่ทอด Jollibee และน้ำเกรวี่ มีซอสให้กินกับเฟรนช์ฟรายด์

info

พนักงานไม่กดน้ำให้ ให้เราไปกดเอง แถมยังไม่ใช่รีฟิลด้วย

ช่วงตกเย็น เราเดินมาเรื่อย ๆ เลียบถนนมาแถวย่าน Marina Bay Sands

Bayfront Avenue ถนน Bayfront

เดินขึ้นไปชั้นดาดฟ้า เพื่อไปชมวิวช่วงห้าโมงเย็นของสิงคโปร์ได้ฟรี ที่ตึก The Shoppers @ Marina Bay Sands

Marina Bay Sands Rooftop ทางเดินชั้นดาดฟ้า

Sheras Link วิวช่วงห้าโมงเย็นใกล้ ๆ หกโมงเย็น

ลงลิฟต์มาแล้วก็เลือกเดินรอบ ๆ อ่าวมาริน่าฝั่งทิศใต้

Running around Marina Bay คนออกมาออกกำลังกายด้วยการวิ่งรอบ ๆ อ่าวมาริน่า

แน่นอนว่าเราต้องเดินผ่านย่าน Raffle Place เราก็ต้องเจอศูนย์อาหาร Lau Pa Sat เหมือนเดิม แต่คราวนี้ขอกินข้าวแกงราคาประหยัด

ราคาอาหารแห่งนี้แพงเกินจริง

Mixed Rice with Omelette ข้าวแกงเย็นชืดราคาประหยัด ไข่เจียวน้ำและหมูหวาน ราดด้วยพริกเผา

เมื่อถึงที่พัก เราก็กางกระโจมส่วนตัว

DIY Hostel Bed with Privacy ม่านผ้าขนหนูบังความเป็นส่วนตัว

กินข้าวจุดเดิม

เริ่มต้นเช้าวันนี้ด้วยการรับประทานขนมปังที่ซื้อมาจากร้าน Fairprice เมื่อวานจากห้าง The Centrepoint แล้วก็กินกาแฟ ชา รองท้องก่อนออกไปทานมื้อหนักกัน

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ก็ออกไปกินข้าวแกงที่ People's Park Centre จุดเดียวที่เรากินในวันแรกนั่นแหละ

Mixed Rice with Tofu ผัดเต้าหู้หมูสับและไก่ผัดหวาน

แล้วเราก็เดินข้ามจากถนน Eu Tong Sen มาถนน South Bridge ฝั่งหน้าศูนย์อาหาร Maxwell เพื่อจะรอรถเมล์ เพราะจะไปเกาะ Sentosa

tip

ผิดฝาผิดฝั่ง เมื่อวานควรกินข้าวที่ People's Park Centre เพราะมีเป้าหมายจะขึ้นรถเมล์ฝั่ง Eu Tong Sen ส่วนวันนี้ควรกินข้าวที่ศูนย์อาหาร Maxwell เพราะว่าจะขึ้นรถเมล์ที่ Maxwell

วุ่นวายหาไวไฟ

หลังจากที่ขึ้นรถเมล์สาย 145 มาแล้ว รถก็วิ่งลงมายังทางทิศใต้ ซึ่งจุดที่เราจะไปคือห้าง Vivo City นั่นเอง

Vivo City ภายในห้าง Vivo City

เมื่อมาถึงก็เข้าร้านหนังสือ Popular อยากรู้ว่าร้านหนังสือในต่างประเทศนั้นจะเหมือนกับในประเทศไทยไหม

info

ไม่ต่างกัน ด้านในนอกจากจะขายหนังสือแล้ว ก็ขายอุปกรณ์ไอที แก็ดเจ็ต เหมือนร้าน B2S

เดิน ๆ ดูก็เหมือนห้างทั่วไป ไม่ได้มีอะไรหวือหวาเท่าไหร่ แต่คนเยอะมาก เพราะมันเป็นจุดที่ต่อไปยังเกาะเซนโตซานั่นเอง

เดินมาสักพักก็เจอห้องสมุดของรัฐบาลที่อยู่ในตัวห้าง เปิดให้เข้าฟรี

Library at Habour Front ห้องสมุด library @ harbourfront

ไม่เสียค่าใช้จ่าย อาม่าท่านหนึ่งก็แนะนำวิธีเข้า ให้เราลงทะเบียนออนไลน์นะ แล้วเอา QR Code มาสแกนประตู เราก็ทำตามอาม่า หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเชื่อฟังอย่างง่ายดาย เปิดหาสัญญาณไวไฟปุ๊ป ไม่ขึ้นสักขีด

เลยต้องเดินจากชั้น 4 ลงมาเรื่อย ๆ หาสัญญาณไวไฟสำหรับเอาไว้ลงทะเบียนเข้าห้องสมุด

ไปจบที่ร้านแมคโดนัลด์เหมือนเดิม (ฮา)

info

ช่วงที่วิ่งหาฟรีไวไฟ เจออาหารป้ายเหลืองของ Fairprice ราคา 7 เหรียญ

Japanese Bento กล่องข้าวเบนโตะราคาประหยัด

ภายในห้องสมุด

ก็เหมือนห้องสมุดทั่วไป ติดแอร์ มีปลั๊กไฟให้ชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ มีเครื่องถ่ายเอกสารไว้บริการ

ทีเด็ดสุดคือการวางนิตยสารในห้องสมุด คือการทำเป็นช่อง ๆ แล้วก็ถ้าสนใจเล่มไหน ก็ดึงฝา ดึงลิ้นชักออกมา ข้างในก็มีนิตยสารรายล่าสุด ย้อนหลังไปถึง 6-7 ฉบับให้ด้วย

ชอบตรงนี้ที่สุด

Library Bookshelf ชั้นวางหนังสือแบบลิ้นชัก

ไปเซนโตซา

เราเดิน(อีกแล้ว)ไปเกาะเซนโตซ่าผ่านทาง Sentosa Broadwalk

tip

สำหรับสายประหยัด แนะนำให้เดินเข้าเกาะ Sentosa ส่วนขากลับให้นั่งรถรางเดี่ยวกลับได้เลย ไม่เสียเงิน ประหยัดได้ 4 เหรียญ

Sentosa Broadwalk Sentosa Broadwalk

Sentosa Broadwalk Sentora Broadwalk

info

เมื่อปี 10 ปีที่แล้วบันไดเลื่อนมันใช้งานได้ มาอีกทีปี 2567 บันไดเลื่อนมันก็พุพังไปตามกาลเวลา เฟลสุด ๆ

Sentosa Broadwalk Walkway

ถึงเกาะเซนโตซา

แค่ข้ามแม่น้ำมา ทุกอย่างก็ราคาสองเท่าทันที !

Sentosa Malaysian Food Street ศูนย์อาหาร Malaysian Food Street

Universal Studio Singapore ลูกโลก Universal Studio Singapore

Lego Shop ร้านจำหน่ายตัวต่อเลโก้ (Lego)

เราใช้เวลาอยู่สักพักก็ไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟรางเดี่ยว เพื่อเดินทางไปต่อที่ชายหาด

Sentosa Express รถไฟรางเดี่ยว Sentosa Express

ใช้เวลาประมาณ 2 นาทีจากสถานีรีสอร์ทเวิร์ลเซนโตซามายังสถานีบีช แล้วก็พบกับผืนน้ำอันยิ่งใหญ่

Siloso Beach ทางลงไปยังหาด Siloso Beach

Siloso Beach หาด Siloso

Siloso Beach ทะเลและเรือเดินสมุทร

ถ่ายรูปครบ 10 รูปก็กลับ เพราะเริ่มหิวแล้ว

ไปต่อ

ช่วงที่เดินย้อนกลับมาสถานีบีชเพื่อจะนั่งรถไฟฟ้ารางเดี่ยวกลับ ตาก็เหลือบไปเห็นรถรับ-ส่งในเกาะเซนโตซา ก็เลยยอมทิ้งความหิวเพื่อไปนั่งรถโง่ ๆ 1 รอบ

Shuttle Bus at Siloso Beach รถ Shuttle ที่รับ-ส่งเส้นทางชายหาด

รถพาเรามายังสุดปลายหาด Siloso มีสะพานเล็ก ๆ ให้เดินข้ามไปยังเกาะน้อย ๆ ลมแรงดีมาก เหมือนไม่ได้อยู่ในสิงคโปร์ ฟีลหาดชะอำ หัวหิน

Siloso Beach ชายหาด Siloso

Siloso Bridge สะพาน Siloso เดินไปยังเกาะน้อย

ยืนตากลมได้ไม่นานก็กลับเลย วิ่งมารอรถรับ-ส่ง แต่ไม่เป็นอย่างหวัง เพราะคนเต็มตลอดเวลา ต้องยอมเดินเท้ากลับไปยังสถานีรถไฟฟ้ากันอีกแล้ว

กินอาหารฝรั่ง

หนีไม่พ้นอาหารกันตาย เป็นร้านไก่ทอด KFC ที่อยู่ภายในห้าง Vivocity

KFC Stall in Vivocity ร้านไก่ทอด KFC

KFC Chicken Set ไก่ทอด มันบด โคลด์สลอว์ และน้ำอัดลม

ข้ามถนนมายังฝั่งตรงข้ามเพื่อที่จะนั่งรถเมล์ไปยังห้างมุสตาฟา เซ็นเตอร์กันอีกรอบ

Singaporean Bus Inside ภายในรถเมล์สาย 147

เกินคาดหมาย รถไม่ติดเลย เพราะมีทางเฉพาะสำหรับรถเมล์ (Bus lane) ไปอีก

เดินเล่นในห้างมุสตาฟา เซ็นเตอร์ได้ไม่นาน พลบค่ำก็กลับมาทานข้าวที่ศูนย์อาหาร Tekka Centre เหมือนเดิม คราวนี้กินข้าวหมกไก่บริยานิย่านคนอินเดียแทน

Samad Tekka Dum Briyani ร้านข้าวหมกไก่บริยานี Samad Tekka Dum

Briyani Rice Dish ข้าวหมกไก่ น้ำซุป และไข่ต้ม เสิร์ฟในถาด

จากนั้นก็ข้ามถนนมายังอีกฝั่ง แล้วนั่งรถเมล์กลับโรงแรมเลย

เริ่มรู้สึกเบื่อแล้วสิ ไม่รู้จะไปไหน

วันสุดท้ายในสิงคโปร์

วันสุดท้ายในประเทศสิงคโปร์ อาบน้ำแต่งตัว จัดกระเป๋า สัมภาระให้ครบถ้วน แล้วไปเช็คเอาท์กับเจ้าหน้าที่ของโรงแรม และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม

เริ่มต้นด้วยการทานข้าวมันไก่ร้าน Tian Tian ร้านข้าวมันไก่ชื่อดังที่ศูนย์อาหาร Maxwell

เป็นการตามรอยกระทู้ pantip หรือเป็น Tourist Trap ต้องลองดูเสียแล้ว

note

เอาจริง ๆ ก็รู้จักมานานแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าอยากกิน เพราะขี้เกียจไปต่อคิว คนเยอะ

ไปตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่มีคิวยาว เดินเข้าไปสั่งได้เลยโดยไม่ต้องกดบัตรคิวหรือต่อแถว

Tian Tian Chicken Rice Dish ข้าวมันไก่ต้มราดด้วยซีอิ๊ว

Tian Tian Chicken Rice Stall ร้านข้าวมันไก่ไหหลำ Tian Tian

สังเกตว่าเราถ่ายภาพหน้าร้าน เพราะว่าเรานั่งกินหน้าร้านเลย ฮ่า ๆ

เตรียมตัวไปดูเขื่อน ดูอ่างเก็บน้ำประเทศสิงคโปร์ที่ปากอ่าว ชื่อว่า Marina Barrage กันในช่วงเช้านี้

นึกว่าจะหาตู้เติมเงินยาก เพราะหันไปทางไหนก็ไม่เจอตู้ที่รับเงินสด

ปรากฎว่าเส้นผมบังภูเขา ที่ตู้เติมเงินบัตรโดยสารมีป้ายเขียนไว้ว่า Cash Accepted ฮ่า ๆ

Topup Machine เครื่องเติมเงินบัตรโดยสารแบบรับเงินสด

info

ตู้เติมเงินบัตรโดยสาร Ez-link ที่รับเงินสดจะมีป้ายเขียนไว้ด้านบนว่า Cash Accepted (ตู้ทางขวามือ)

แล้วเมื่อเงินในบัตรพร้อม เราก็เดินทะลุศูนย์อาหาร Maxwell มายังอีกฝั่งหนึ่งเพื่อที่จะรอรถเมล์ไปยังเขื่อนและสวน Garden by the bay

tip

ถ้าเบื่อศูนย์อาหาร Maxwell ให้เดินทะลุมาด้านหลัง จะมีศูนย์อาหาร Amoy Street Food Centre

Bus Stop at Cecil Street ป้ายรอรถเมล์ริมถนน Cecil

รถเมล์ที่วิ่งไป Marina Barrage และสวน Garden by the Bay เป็นสาย 400 เป็นคนแรกของรถเมล์ (ฮา) ที่นาน ๆ มาที แถมไม่ค่อยมีคนขึ้นอีกต่างหาก

Singapore ฺBus Inside ภายในรถเมล์สาย 400

ช่องแคบสิงคโปร์

เรานั่งรถเมล์มาถึงทางเข้าหลักของ Garden by the Bay แล้ว ก็เดินข้ามไปดูฝั่งทะเล หรือเรียกว่าช่องแคบสิงคโปร์

Singapore Straits

วิวของช่องแคบสิงคโปร์

บริเวณของเขื่อน Marina เองก็มีการจัดนิทรรศการด้านการลดโลกร้อน รีไซเคิล

Marina Barrage Rooftop ชั้นดาดฟ้าของอาคาร Marina Barrage

Sustainable Singapore Gallery นิทรรศการเกี่ยวกับการลดโลกร้อนและการรีไซเคิล

Marina Barrage ภายนอกอาคาร Marina Barrage

แอบแวะดู Super Tree เล็กน้อย เพราะมาจนเบื่อ

Super Tree at Garden by the Bay Super Tree ต้นไม้จำลองแนวดิ่ง

แวะบ่อน

เราก็เดินเลียบทะเลกลับไปที่โรงแรม Marina Bay Sands อีกรอบ เข้าไปในบ่อน แต่ว่าไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป แต่ว่าใช้เวลาสำรวจอยู่ได้ไม่นานนัก เราก็ออกมามือเปล่า ไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่นัก ออกมารอรถเมล์เพื่อจะไปซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟสากล เราะว่าลืมนำที่ชาร์จโทรศัพท์มา

ห้างพื้นเมือง

ร้าน Popular สาขาที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ห้าง Bras Basah Complex

Bras Basah Complex ภายในห้าง Bras Basah Complex

แต่เมื่อเราเดินทางมาถึง กลับเลือกทานข้าวกลางวันบริเวณนั้น เพราะคิดว่าราคาน่าจะเป็นมิตรภาพ ประหยัด ปรากฎว่าเจอฝูงชนเหล่าคนวัยทำงานมากินข้าวที่นี่กันเต็ม

Bras Basah Coffee Shop ร้านอาหารใต้ตึก หรือ Coffee shop1

Mixed Rice ผัดเต้าหู้หมูสับและไก่หวานเ

ท้องอิ่มแล้ว ก็ไปร้าน Popular Bookstore ควักเงินจ่ายซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟสากล

หอสมุดแห่งชาติ

ข้าง ๆ ห้าง Bras Basah Complex นั้นในระยะไม่เกิน 100 เมตรก็คือหอสมุดแห่งชาติ (National Library Lee Chong Kian)

info

เป็นการท่องเที่ยวแบบไม่มีแผนที่แท้จริง

National Library Lee Chong Kian

ทางเข้าหอสมุดแห่งชาติ Lee Chong Kian

tip

ห้องสมุดนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่ต้องลงทะเบียนออนไลน์สำหรับการเข้าใช้

ข้างในมีหลายชั้นมาก แบ่งออกเป็นหลากหลายหมวดหมู่ เช่น หนังสือทั่วไป หนังสือด้านบัญชีและธุรกิจต่าง ๆ

info

ส่วนมากไม่ได้เข้ามาอ่านหนังสือ เข้ามาตากแอร์ เปิดแลปท็อป เล่นอินเทอร์เน็ตหรือมาทำงานกันเสียมากกว่า น้อยคนนักที่จะเข้ามาอ่านหนังสือจริง ๆ

note

ข้อเสียก็คือ ห้องสมุดแห่งชาตินี้ไม่มีพื้นที่ว่างให้นั่งเลย ต้องจองผ่านระบบเท่านั้น คนที่ walk-in หมดสิทธิ์

เดินห้างวนไป

เราก็เลยเดินขึ้นเหนือไปอีกนิดหน่อยเพื่อไปห้าง Bugis+ ห้างเดิมที่เรามาเมื่อไม่กี่วันก่อน

Bugis+ ภายในห้าง Bugis+

และเมื่อตกบ่าย ท้องก็หิวอีกครั้ง มองหาของกินต่อ ไปตระเวนหาร้านที่อยู่ตรงข้ามกับห้าง Bugis+ ก็คือ Cheng Yan Court เป็นร้านขนมปังโฮมเมด

Bakery Stall ร้านขายขนมปังใต้ตึก Cheng Yan Court

Cha Siew Bread ขนมปังไส้หมูแดง

ตัดสินใจไปห้างมุสตาฟา เซ็นเตอร์อีกครั้ง เป็นการไปห้าง 3 ครั้งใน 4 วัน (ฮา)

เดินเล่นบริเวณห้าง Sim Lim Square สถานที่ขายสินค้าไอที และเดินทะลุไปเรื่อย ๆ จนถึงห้างมุสตาฟาเซนเตอร์ ซื้อน้ำหอม 1 ขวดแล้วก็กลับเดินไปรอรถเมล์เลย

Inside Mustafa Centre ภายในห้าง Mustafa Centre

info

เรามันก็สายช็อปปิ้งเหมือนกันนี่หว่า

Sunset at Syed Alwi Road ถนน Syed Alvi หน้าห้างมุสตาฟา เซ็นเตอร์

พยายามหามื้อเย็นบริเวณศูนย์อาหาร Berseh Food Centre แต่ไม่น่าพิศมัยท่าไหร่ กลับไปกินที่ People's Park Centre เหมือนเดิม

Fried Carrot Cake stall ร้านขนมผักกาด

note

รสชาติแย่มาก คราวหลังต้องสั่ง Fried Carrot Cake ที่คลุกด้วยซีอิ๊วดำเท่านั้น

เช็คเอาท์

เรานั่งรถเมล์สาย 147 กลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง เพื่อที่จะนำสัมภาระที่ฝากไว้ตั้งแต่เที่ยง เตรียมตัวไปขึ้นรถทัวร์กลับมาเลเซีย อาบน้ำล้างตัวหลังจากที่ตระเวณรอบประเทศมาทั้งวัน

note

ตอนแรกเจ้าหน้าที่โรงแรมก็จะไม่ให้อาบแล้ว แต่ก็ใจดี คนกันเอง คุยได้ง่าย เธอบอกเราว่า ได้ แต่ว่าอาบน้ำเรียบร้อยแล้วต้องออกจากโรงแรมจริง ๆ แล้วนะ

Bus Stop at People Park Centre ป้ายรถเมล์ริมถนน Eu Tong Sen

นั่งรถเมล์มาลงป้าย Golden Mile Complex ซึ่งมีกำหนดเวลารถออก 23:00 เราก็หิวอีกแล้ว

info

เด็กมีปัญหา กินไม่เคยอื่ม

ไปหาของกินกันอีกรอบ ณ Golden Mile Food Centre และสั่งน้ำหวานที่มีชื่อว่า บันดุง (Bandung) นมเย็นเวอร์ชั่นสิงคโปร์

Juice Stall ร้านขายน้ำและของหวาน

ร้านเปิดดึกมาก 5 ทุ่มแล้วก็ยังขายอยู่ เปิดอยู่ไม่กี่ร้าน

Bandung with Grass Jelly นมเย็นเฉาก๊วย (Bandung Grass Jelly)

พอถึงเวลา 23:00 รถทัวร์คันเดิมที่ทิ้งเราตอนขามาก็มารับ โดยเดินทางจากตัวเมืองไปยังพรมแดน Tuas เหมือนเดิม ใช้ระยะเวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงพอดีจากตัวเมืองมาถึงพรมแดน (มีการแอบไปแวะรับผู้โดยสารที่อื่นด้วย)

รถวิ่งมาถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์โดยสวัสดิภาพในตอนเช้าที่ KL Sentral สวย ๆ

สรุป

เป็นทริปชาวสิงคโปร์ที่แท้จริง ไม่โดนแกง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวม 8,000 บาทนิด ๆ ถ้าไม่ซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟ น้ำหอม 2 ขวด คงจะประหยัดไปได้มากกว่านี้อีก

ค่าใช้จ่าย
รายการสถานที่ราคา
รถเมล์สาย 143อู่ Jurong East3
บัตร Ez-Link พร้อมเติมเงินในบัตร 10 เหรียญสถานีรถไฟฟ้า Chinatown20
ข้าวหมูแดงหมูกรอบห้าง People's Park Complex7
น้ำดื่มห้าง People's Park Complex1.20
ชุดแปรงสีฟันห้าง Mustafa Centre3.30
น้ำหอม Versace Erosห้าง Mustafa Centre61
ขนมผักกาดศูนย์อาหาร Tekka Centre5
น้ำอัดลมกระป๋องโค้กศูนย์อาหาร Tekka Centre1.50
ข้าวหมกไก่บริยานีศูนย์อาหาร Lau Pa Sat7.80
น้ำปั่นโยเกิร์ตมะม่วงศูนย์อาหาร Lau Pa Sat5.90
ครีมอาบน้ำ DoveFairPrice สาขาห้าง Chinatown Point3.60
รายการสถานที่ราคา
ข้าวมันไก่ศูนย์อาหาร Maxwell Food Centre5
ขนมปังสอดไส้Fairprice สาขาห้าง The Centrepoint3
ข้าวแกงห้าง The Centrepoint4.10
ไก่ทอด JolliBeeSuntec City8.80
ข้าวแกงศูนย์อาหาร Lau Pa Sat3.30
รายการสถานที่ราคา
ข้าวแกงห้าง People's Park Complex4.80
ชุดไก่ทอด KFCห้าง Vivo City10.80
ข้าวหมกไก่บริยานีศูนย์อาหาร Tekka Centre6.50
ขนมFairPrice สาขาห้าง Chinatown Point2.70
รายการสถานที่ราคา
ข้าวมันไก่ Tian Tianศูนย์อาหาร Maxwell Food Centre6
เติมเงิน Ez-Linkสถานีรถไฟฟ้า Maxwell10
ข้าวแกงห้าง Bras Basah Complex3.60
กาแฟเย็นห้าง Bras Basah Complex1.70
หัวแปลงปลั๊กไฟร้าน Popular สาขาห้าง Bras Basah Complex29.90
ขนมปังใต้ตึก Cheng Yan Court6.20
น้ำหอม Versace pour Hommeห้าง Mustafa Centre55
ขนมผักกาดห้าง People's Park Complex5
บันดุงGolden Mile Food Centre3

Footnotes

  1. ศูนย์อาหารจะเรียกว่า Hawker Centre แต่ถ้าเป็นศูนย์อาหารเล็ก ๆ ใต้ตึก ใต้สำนักงาน หรือใต้ HDB จะเรียกว่า Coffee Shop ซึ่งไม่ได้หมายถึงร้านกาแฟแต่อย่างใด