Skip to main content

Nadee and Fatma's Wedding

· 8 min read

ขับรถ 12 ชั่วโมงไปงานแต่งเพื่อนที่ทำงาน ณ จังหวัดนราธิวาส

ออกเดินทาง

เราเริ่มต้นออกเดินทางในกลางคืนวันศุกร์ตอน 23:00 น. ทั้งหมด 9 คน ด้วยรถยนต์ส่วนตัวทั้งหมด 2 คัน ส่วนคู่บ่าวสาวเดินทางล่วงหน้าไปรอที่งานแล้ว 1 คืน

เมื่อผ่านด่านโทล์เวย์ (Plaza Tol Jalan Duta Arah Utara) เราก็เติมน้ำมันปั๊ม Shell ข้าง ๆ กันนั้น โดยมีปลายทางแรกเลยคือด่านขาออกฝั่งมาเลเซีย Bukit Kayu Hitam

note

แผนคือการเดินทางด้วยการเช่ารถตู้ 1 คันและขับไปกันเอง แต่ว่าเจ้าของรถต้องไปด้วยถึงจะสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ก็เป็นอันล้มเลิกไป

โดนโบกตอนเที่ยงคืน

เมื่อขับรถยนต์มาได้สักพัก ก็แอบสังเกตได้ว่ามีรถตำรวจทางหลวงเปิดไฟกระพริบตามมา วิ่งจี้ต่อท้ายรถเรามาแบบไม่แซง จนกระทั่งรถตำรวจทางหลวงคันนั้นเปิดเสียงหวอ เป็นสัญญาณให้เราหยุดรถ เพราะป้ายทะเบียนรถฟ้าเป็นป้ายไทยชาวกรุงเทพฯ BKK

ทางตำรวจเองก็ไม่ได้ถามอะไรมากมายเพราะว่าเรามีเอกสารครบทุกอย่าง ตรวจเอกสารทั่วไป

ใช้เวลาไม่นานมาก ก็เดินทางมาถึงด่านพรมแดนขาออกกันเช้าตรู่ แต่ประตูด่านตรวจคนเข้าเมืองยังไม่เปิดให้เราข้าม

info

พี่ปูขับผิดเลน ขับรถสวนไปทางขาเข้า จากตอนแรกที่จะได้คิวรถคันแรกที่มาต่อแถว ดันกลายเป็นคันที่ 6-7 กว่า

ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทย

การมาด่าน Bukit Kayu Hitam ครั้งนี้ค่อนข้างรวดเร็วกว่าเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะมาก ๆ ไม่ต้องหิ้วของลงจากรถเพื่อมาสแกนเอ็กเรย์ให้เสียเวลา เจ้าหน้าที่ไม่ขอดูท้ายกระโปรงรถด้วยซ้ำ และแถวก็ค่อนข้างสั้น

เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย เราก็แวะร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่นกันทันที เพราะทนหิวมาตลอดเส้นทาง และเตรียมตัวเดินทางต่อไปยังจังหวัดนราธิวาส ซึ่งใช้เวลาเดินทางอีก 3 ชั่วโมง ไปทางถนนทางหลวงหมายเลข 43

วิวและทิวทัศน์

เป็นการเดินทางมายังอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และจังหวัดปัตตานีเป็นครั้งแรก ทุกอย่างดูน่าตื่นเต้นมาก ๆ โดยเฉพาะการขับรถเลียบทะเลอ่าวไทย

Sroi Sawan Beach ชายหาดและพระอาทิตย์ยามเช้า

เรามาถึงบ้านพักโฮมสเตย์ที่เจ้าบ่าวเช่าไว้ให้เราสำหรับพักผ่อนและใช้ไว้เป็นที่เตรียมตัวสำหรับการแต่งตัวที่ Moon Trims Villa1 ในตัวเมืองนราธิวาส ห่างจากสถานที่จัดงานแต่งประมาณ 20 กิโลเมตร

เรารวมตัวกันที่ปั้มน้ำมันปตท.แห่งหนึ่งในอำเภอยี่งอ แล้วเริ่มขบวนรถไปถึงงาน

ขบวนขันหมาก

เมื่อไปถึงงาน เราก็ถ่ายรูปกับซุ้มเป็นเกียรติแก่คู่บ่าวสาว มีการแจกของชำร่วยเป็น 2 ชนิดคือ แบบน้ำหอมขนาดเล็กและเข็มกลัดน้อย ๆ ไว้ติดฮิญาบ

Walking along the road ขบวนขันหมากกลางถนน

เมื่อถ่ายรูปเสร็จ เราก็ไปนั่งรับประทานอาหารเที่ยงในงาน เป็นกับข้าวทำเอง เด็กเสิร์ฟพร้อมเติมอาหารอยู่เรื่อย ๆ

Wedding Halal Catering โต๊ะกินเลี้ยงที่บ้านงาน

เราก็สู้โว้ย กินแบบไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

หลังจากทานข้าวเสร็จ ก็เดินมาทักทายกับครอบครัวของอามีนที่มาจากยะลา พร้อมลูกชายและลูกสาวที่เพิ่งคลอด

หลังจากนั้นคณะเพื่อน ๆ ก็เตรียมตัวกลับ อ.หาดใหญ่ ไม่ได้อยู่จนงานเลิก เพราะล้าสุด ๆ อยากเข้าที่พักกันแล้ว

Group photo ถ่ายรูปหมู่งานแต่งงานนาดี

พี่แมนพาเพื่อนผู้ชายชาวมาเลเซียมาเที่ยวงานแต่งนี้ด้วย 2 คน แต่งชุดประจำชาติอย่าง Baju Melayu ส่วนเด็กไทย คนไทยแปลว่าอิสระ คนไหนคือคนไทยก็เดาออก

พักรถที่ปัตตานี

เราเลือกแวะพักรถชั่วคราวในจังหวัดปัตตานีที่มัสยิดกลางปัตตานี

ทางด้านพี่แมนเองก็พาเพื่อนชาวมาเลเซียเที่ยวที่จังหวัดบ้านเกิดตนเอง

Pattani Central Mosque ลานหน้ามัสยิด

Pattani Central Mosque มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี

แม่เพื่อนทราบข่าวว่าพวกเรานั่งเล่นอยู่ที่มัสยิดกลางปัตตานี ท่านก็เลยขับรถมาหาลูกชาย พร้อมกับถุงขนมอีก 5-6 ถุงเป็นของฝาก แถมยังได้นั่งรถผ่านหน้าบ้านเพื่อนด้วย (ถนนกะลาพอ ซอย 10) บ้านอยู่ติดริมแม่น้ำ

กลับหาดใหญ่

แล้วเส้นทางหฤโหดของจริงก็เริ่มขึ้น ระยะทาง 180 กว่ากิโลเมตรจากจังหวัดปัตตานีสู่อำเภอหาดใหญ่ ขับ 100 - 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมีอยู่จริง

เมื่อเรามาถึงที่พักในหาดใหญ่ ชื่อว่า Lalil House Pool Villa Hatyai บ้านลลิล ถนนชุมแสง 4 เป็นบ้านพักพูลวิลล่าขนาด 10-13 คน ทุกคนก็แยกย้ายไปทำธุระของใครของมัน เราก็ติดรถเพื่อนออกมาเพื่อที่จะไปตัดผมที่ร้านกับเพื่อนที่ร้าน MADUDE Barber&Beauty แต่ช่างตัดผมคิวยาว ลงเอยด้วยชานมไข่มุกในตลาดกรีนเวย์ และก็นั่งแท็กซี่กลับที่พักแบบงง ๆ

คนอื่นก็รับหน้าที่ไปหาอาหารเย็น ซื้อกลับมากินที่พัก

ไม่อิ่ม

พอท้องอิ่มก็เตรียมตัวพักผ่อนหลังจากที่หลังขดหลังแข็ง นั่งในรถมาตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อนดันชวนออกไปกินสุกี้หมาล่าในตัวเมืองหาดใหญ่ เพราะเพื่อนอยากกินมาก

เราก็ตามไปด้วย ขับรถจากชุมแสงเข้าตัวเมืองหาดใหญ่กันอีกรอบ

Suki Jinda Hotpot หม้อสุกี้ร้านสุกี้จินดา

คิดราคาตามสีไม้ น้ำจิ้มคิดเงิน ถ้วยละ 25 บาท

Suki Jinda Hotpot Atmosphere บรรยากาศภายในร้านสุกี้จินดา

หลังจากกินเสร็จเรียบร้อย ก็เตรียมตัวกลับที่พัก ปรากฎว่าเพื่อนที่ตามออกมานั้น กำลังนั่งซดบัวลอยแป๊ะอ้วนกันอยู่

note

คิดว่าจะสั่งของหวานกิน แต่พอหันไปดูโต๊ะข้าง ๆ ชามใหญ่มาก

วันที่สองในหาดใหญ่

เช้าวันถัดมาจึงออกไปตัดผมราคาประหยัดกับร้านลุงข้างบ้าน และตรงข้ามกับที่พักนั้น มีร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังว่า ร้านแซ่บซอยสี่ แล้วหลายคนพูดกันมาก ก็เลยจัดมา 1 ชาม

note

รสชาติงั้น ๆ เสียดายเงินมาก

แล้วช่วงเที่ยงจนถึงเย็นก็อยู่ที่ห้างเซนทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่เป็นส่วนใหญ่ ซื้อเข็มขัดตรา Arrow ผงชาไทยตรามือ เอาไปชงงานวันเกิดนาน่า และสบู่สมุนไพร

ร้านอาหารไทย

ก่อนเดินทางกลับ เราไปทานอาหารที่ร้าน ร้านครัวนายก แหลมโพธิ์ ได้ชิมหอยนางรมสดแบบดิบ ๆ ครั้งแรก

Songkhla Lake beach วิวทะเลสาบสงขลา

Kruanayok Seafood Restaurant ทางเข้าร้านอาหารครัวนายก ซีฟู๊ด

Kruanayok Seafood Restaurant ร้านอาหารตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา

คำแรกติดใจ คำต่อไปเพื่อนท้องเสียตลอดขากลับ เวรกรรม!

info

ช่วงกลับจากร้านอาหารครัวนายก ซีฟู๊ดจากแหลมโพธิ์ ปรากฎว่าน้ำมันใกล้หมด ถึงกับต้องปิดแอร์ เปิดกระจก ประหยัดพลังงานกันสุด ๆ

กลับเข้าด่าน

แวะซื้อของกลับมาเลเซียอีกรอบ ได้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำ ส่วนคนอื่นซื้อโกไข่กันเป็นวรรคเป็นเวร

เราเลือกเดินทางกลับมาเลเซียเวลา 20:00 เขียนเอกสารต่าง ๆ จราจรไม่ค่อยติดหนัก จะติดหนักบริเวณขาออกประเทศไทย (ด่านฯ สะเดา) โดนแซงหลายคันมาก หรือเปิดเลนใหม่เองบ้าง

รถยนต์เดินทางตอนกลางคืนไม่มีปัญหาเรื่องรถติดเลย มาถึงตอนเช้าตรู่แบบง่วงนอน สะลึมสะลือ มีแวะปั๊มน้ำมันข้างทางบ้างเพราะสมาชิกที่ไปด้วยท้องเสียจากหอยนางรม ส่วนเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ กันก็เล่นเกมตลอดทาง (ฮา) ซื้อสับปะรดแบบไม่มีคนขายยืนประจำหน้าร้าน (สแกนจ่าย)

สิ้นสุดการเที่ยวหาดใหญ่ในสองวัน

ปล. ขนมโกไข่ที่เพื่อนซื้อมาฝากคนที่ไม่ได้ไปด้วย นางเอามาให้เรากินต่อแบบมีลับลมคมใน พอเรากัดเข้าไปคำแรก เปรี้ยวสัส ขนมบูด