Nadee and Fatma's Wedding
ขับรถ 12 ชั่วโมงไปงานแต่งเพื่อนที่ทำงาน ณ จังหวัดนราธิวาส
ออกเดินทาง
เราเริ่มต้นออกเดินทางในกลางคืนวันศุกร์ตอน 23:00 น. ทั้งหมด 9 คน ด้วยรถยนต์ส่วนตัวทั้งหมด 2 คัน ส่วนคู่บ่าวสาวเดินทางล่วงหน้าไปรอที่งานแล้ว 1 คืน
เมื่อผ่านด่านโทล์เวย์ (Plaza Tol Jalan Duta Arah Utara) เราก็เติมน้ำมันปั๊ม Shell ข้าง ๆ กันนั้น โดยมีปลายทางแรกเลยคือด่านขาออกฝั่งมาเลเซีย Bukit Kayu Hitam
แผนคือการเดินทางด้วยการเช่ารถตู้ 1 คันและขับไปกันเอง แต่ว่าเจ้าของรถต้องไปด้วยถึงจะสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ก็เป็นอันล้มเลิกไป
โดนโบกตอนเที่ยงคืน
เมื่อขับรถยนต์มาได้สักพัก ก็แอบสังเกตได้ว่ามีรถตำรวจทางหลวงเปิดไฟกระพริบตามมา วิ่งจี้ต่อท้ายรถเรามาแบบไม่แซง จนกระทั่งรถตำรวจทางหลวงคันนั้นเปิดเสียงหวอ เป็นสัญญาณให้เราหยุดรถ เพราะป้ายทะเบียนรถฟ้าเป็นป้ายไทยชาวกรุงเทพฯ BKK
ทางตำรวจเองก็ไม่ได้ถามอะไรมากมายเพราะว่าเรามีเอกสารครบทุกอย่าง ตรวจเอกสารทั่วไป
ใช้เวลาไม่นานมาก ก็เดินทางมาถึงด่านพรมแดนขาออกกันเช้าตรู่ แต่ประตูด่านตรวจคนเข้าเมืองยังไม่เปิดให้เราข้าม
พี่ปูขับผิดเลน ขับรถสวนไปทางขาเข้า จากตอนแรกที่จะได้คิวรถคันแรกที่มาต่อแถว ดันกลายเป็นคันที่ 6-7 กว่า
ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทย
การมาด่าน Bukit Kayu Hitam ครั้งนี้ค่อนข้างรวดเร็วกว่าเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะมาก ๆ ไม่ต้องหิ้วของลงจากรถเพื่อมาสแกนเอ็กเรย์ให้เสียเวลา เจ้าหน้าที่ไม่ขอดูท้ายกระโปรงรถด้วยซ้ำ และแถวก็ค่อนข้างสั้น
เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย เราก็แวะร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่นกันทันที เพราะทนหิวมาตลอดเส้นทาง และเตรียมตัวเดินทางต่อไปยังจังหวัดนราธิวาส ซึ่งใช้เวลาเดินทางอีก 3 ชั่วโมง ไปทางถนนทางหลวงหมายเลข 43
วิวและทิวทัศน์
เป็นการเดินทางมายังอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และจังหวัดปัตตานีเป็นครั้งแรก ทุกอย่างดูน่าตื่นเต้นมาก ๆ โดยเฉพาะการขับรถเลียบทะเลอ่าวไทย
ชายหาดและพระอาทิตย์ยามเช้า
เรามาถึงบ้านพักโฮมสเตย์ที่เจ้าบ่าวเช่าไว้ให้เราสำหรับพักผ่อนและใช้ไว้เป็นที่เตรียมตัวสำหรับการแต่งตัวที่ Moon Trims Villa1 ในตัวเมืองนราธิวาส ห่างจากสถานที่จัดงานแต่งประมาณ 20 กิโลเมตร
เรารวมตัวกันที่ปั้มน้ำมันปตท.แห่งหนึ่งในอำเภอยี่งอ แล้วเริ่มขบวนรถไปถึงงาน
ขบวนขันหมาก
เมื่อไปถึงงาน เราก็ถ่ายรูปกับซุ้มเป็นเกียรติแก่คู่บ่าวสาว มีการแจกของชำร่วยเป็น 2 ชนิดคือ แบบน้ำหอมขนาดเล็กและเข็มกลัดน้อย ๆ ไว้ติดฮิญาบ
ขบวนขันหมากกลางถนน
เมื่อถ่ายรูปเสร็จ เราก็ไปนั่งรับประทานอาหารเที่ยงในงาน เป็นกับข้าวทำเอง เด็กเสิร์ฟพร้อมเติมอาหารอยู่เรื่อย ๆ
โต๊ะกินเลี้ยงที่บ้านงาน
เราก็สู้โว้ย กินแบบไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
หลังจากทานข้าวเสร็จ ก็เดินมาทักทายกับครอบครัวของอามีนที่มาจากยะลา พร้อมลูกชายและลูกสาวที่เพิ่งคลอด
หลังจากนั้นคณะเพื่อน ๆ ก็เตรียมตัวกลับ อ.หาดใหญ่ ไม่ได้อยู่จนงานเลิก เพราะล้าสุด ๆ อยากเข้าที่พักกันแล้ว
ถ่ายรูปหมู่งานแต่งงานนาดี
พี่แมนพาเพื่อนผู้ชายชาวมาเลเซียมาเที่ยวงานแต่งนี้ด้วย 2 คน แต่งชุดประจำชาติอย่าง Baju Melayu ส่วนเด็กไทย คนไทยแปลว่าอิสระ คนไหนคือคนไทยก็เดาออก
พักรถที่ปัตตานี
เราเลือกแวะพักรถชั่วคราวในจังหวัดปัตตานีที่มัสยิดกลางปัตตานี
ทางด้านพี่แมนเองก็พาเพื่อนชาวมาเลเซียเที่ยวที่จังหวัดบ้านเกิดตนเอง
ลานหน้ามัสยิด
มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
แม่เพื่อนทราบข่าวว่าพวกเรานั่งเล่นอยู่ที่มัสยิดกลางปัตตานี ท่านก็เลยขับรถมาหาลูกชาย พร้อมกับถุงขนมอีก 5-6 ถุงเป็นของฝาก แถมยังได้นั่งรถผ่านหน้าบ้านเพื่อนด้วย (ถนนกะลาพอ ซอย 10) บ้านอยู่ติดริมแม่น้ำ
กลับหาดใหญ่
แล้วเส้นทางหฤโหดของจริงก็เริ่มขึ้น ระยะทาง 180 กว่ากิโลเมตรจากจังหวัดปัตตานีสู่อำเภอหาดใหญ่ ขับ 100 - 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมีอยู่จริง
เมื่อเรามาถึงที่พักในหาดใหญ่ ชื่อว่า Lalil House Pool Villa Hatyai บ้านลลิล ถนนชุมแสง 4 เป็นบ้านพักพูลวิลล่าขนาด 10-13 คน ทุกคนก็แยกย้ายไปทำธุระของใครของมัน เราก็ติดรถเพื่อนออกมาเพื่อที่จะไปตัดผมที่ร้านกับเพื่อนที่ร้าน MADUDE Barber&Beauty แต่ช่างตัดผมคิวยาว ลงเอยด้วยชานมไข่มุกในตลาดกรีนเวย์ และก็นั่งแท็กซี่กลับที่พักแบบงง ๆ
คนอื่นก็รับหน้าที่ไปหาอาหารเย็น ซื้อกลับมากินที่พัก
ไม่อิ่ม
พอท้องอิ่มก็เตรียมตัวพักผ่อนหลังจากที่หลังขดหลังแข็ง นั่งในรถมาตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อนดันชวนออกไปกินสุกี้หมาล่าในตัวเมืองหาดใหญ่ เพราะเพื่อนอยากกินมาก
เราก็ตามไปด้วย ขับรถจากชุมแสงเข้าตัวเมืองหาดใหญ่กันอีกรอบ
หม้อสุกี้ร้านสุกี้จินดา
คิดราคาตามสีไม้ น้ำจิ้มคิดเงิน ถ้วยละ 25 บาท
บรรยากาศภายในร้านสุกี้จินดา
หลังจากกินเสร็จเรียบร้อย ก็เตรียมตัวกลับที่พัก ปรากฎว่าเพื่อนที่ตามออกมานั้น กำลังนั่งซดบัวลอยแป๊ะอ้วนกันอยู่
คิดว่าจะสั่งของหวานกิน แต่พอหันไปดูโต๊ะข้าง ๆ ชามใหญ่มาก
วันที่สองในหาดใหญ่
เช้าวันถัดมาจึงออกไปตัดผมราคาประหยัดกับร้านลุงข้างบ้าน และตรงข้ามกับที่พักนั้น มีร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังว่า ร้านแซ่บซอยสี่ แล้วหลายคนพูดกันมาก ก็เลยจัดมา 1 ชาม
รสชาติงั้น ๆ เสียดายเงินมาก
แล้วช่วงเที่ยงจนถึงเย็นก็อยู่ที่ห้างเซนทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่เป็นส่วนใหญ่ ซื้อเข็มขัดตรา Arrow ผงชาไทยตรามือ เอาไปชงงานวันเกิดนาน่า และสบู่สมุนไพร
ร้านอาหารไทย
ก่อนเดินทางกลับ เราไปทานอาหารที่ร้าน ร้านครัวนายก แหลมโพธิ์ ได้ชิมหอยนางรมสดแบบดิบ ๆ ครั้งแรก
วิวทะเลสาบสงขลา
ทางเข้าร้านอาหารครัวนายก ซีฟู๊ด
ร้านอาหารตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา
คำแรกติดใจ คำต่อไปเพื่อนท้องเสียตลอดขากลับ เวรกรรม!
ช่วงกลับจากร้านอาหารครัวนายก ซีฟู๊ดจากแหลมโพธิ์ ปรากฎว่าน้ำมันใกล้หมด ถึงกับต้องปิดแอร์ เปิดกระจก ประหยัดพลังงานกันสุด ๆ
กลับเข้าด่าน
แวะซื้อของกลับมาเลเซียอีกรอบ ได้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำ ส่วนคนอื่นซื้อโกไข่กันเป็นวรรคเป็นเวร
เราเลือกเดินทางกลับมาเลเซียเวลา 20:00 เขียนเอกสารต่าง ๆ จราจรไม่ค่อยติดหนัก จะติดหนักบริเวณขาออกประเทศไทย (ด่านฯ สะเดา) โดนแซงหลายคันมาก หรือเปิดเลนใหม่เองบ้าง
รถยนต์เดินทางตอนกลางคืนไม่มีปัญหาเรื่องรถติดเลย มาถึงตอนเช้าตรู่แบบง่วงนอน สะลึมสะลือ มีแวะปั๊มน้ำมันข้างทางบ้างเพราะสมาชิกที่ไปด้วยท้องเสียจากหอยนางรม ส่วนเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ กันก็เล่นเกมตลอดทาง (ฮา) ซื้อสับปะรดแบบไม่มีคนขายยืนประจำหน้าร้าน (สแกนจ่าย)
สิ้นสุดการเที่ยวหาดใหญ่ในสองวัน
ปล. ขนมโกไข่ที่เพื่อนซื้อมาฝากคนที่ไม่ได้ไปด้วย นางเอามาให้เรากินต่อแบบมีลับลมคมใน พอเรากัดเข้าไปคำแรก เปรี้ยวสัส ขนมบูด