Skip to main content

Penang First Time

· 4 min read

ย้ายมาทำงานที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย

ออกเดินทาง

เราออกจากบ้านกันตั้งแต่เวลา 5.00 น. มายังสนามบินดอนเมือง เที่ยวบินของเราวันนี้คือ FD323 พร้อมกับซื้อน้ำหนักกระเป๋า 30 กิโลกรัม เป็นแพ็คเกจ corporate flex ที่ทางบริษัททำสัญญาไว้

เรามาถึงสนามบินกันแต่เช้าตรู่ล่วงหน้าหลายชั่วโมง ก็เดินเล่นในสนามบินเพราะว่าเคาท์เตอร์ยังไม่เปิดให้เช็คอิน

แต่ก่อนจะไปเช็คอิน เราก็นำสัมภาระชั่งน้ำหนัก ปรากฎว่ากระเป๋าเป้ carry-on น้ำหนักเกิน ก็เลยต้องจัดกระเป๋ากันกลางสนามบินกันอีกครั้ง

เช็คอิน

เมื่อจัดสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เคาท์เตอร์เช็คอินก็เปิดให้บริการ กลับกลายเป็นว่ากระเป๋า carry-on สามารถบรรจุได้ถึง 15 กก. เพราะว่ามันแถมมากับแพ็คเกจ

ไม่น่าจัดกระเป๋าใหม่เลย แต่ก็ต้องจัดใหม่อยู่ดี เพราะว่ามีโน๊ตบุ๊กกับแท็บเลต ต้องเอาผ่านเครื่องสแกนสัมภาระแยก

รอเรียกขึ้นเครื่อง

เรานั่งรอในเกตได้สักพัก ก็ประกาศเรียกขึ้นเครื่อง ได้ที่นั่งแถวหน้าสุดของแถว แต่กลับกลายเป็นว่าเครื่องบินมีปัญหา เปลี่ยนประตูขึ้นเครื่อง ก็ต้องเดินขาลากไปขึ้นบัสเกต

info

บัสเกต คือ การขึ้นเครื่องบินโดยที่ไม่ลงหลุมจอด โดยจะมีรถบัสพาผู้โดยสารไปยังลานจอดเครื่องบินแทน

รถเมล์ขับพามาอีกฝากหนึ่งของสนามบิน พูดง่าย ๆ ก็คือ พามาฝั่งอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ที่มีเครื่องบินจอดสำรองในสนามบินดอนเมือง

เที่ยวบิน 10.50 น. ออกเดินทางจริง 11.30 น. ถึงสนามบินปีนังตอน 14.00 น.

เมื่อเครื่องบินไต่ระดับได้สักพัก พนักงานก็เสิร์ฟอาหารร้อน เป็นข้าวมาเลย์นาซิ เลอมะก์ พร้อมน้ำดื่ม 1 ขวด

ผู้โดยสารที่นั่งติดหน้าต่าง นอนหลับตั้งแต่ต้นจนจบ พนักงานก็สะกิดเรียกรัว ๆ ตอนเสิร์ฟอาหาร แม้กระทั่งตอนเครื่องบินจะลงจอด ก็ยังหลับอยู่ พนักงานต้องสะกิดพร้อมกับให้เปิดหน้าต่างตอนแลนด์ดิ้ง

ด่านตม. ที่ยาว

เครื่องบินล่าช้า ทำให้เราต้องมาต่อแถวเข้าด่านตรวจคนเข้าเมืองพร้อมกับเที่ยวบินจากไต้หวัน สายการบิน China Airlines CI731 ที่เพิ่งลงพอดี

เราพร้อมเพื่อนคนไทยที่คุยกันถูกปากถูกคอ วิ่งสับตีนแตกไปต่อแถวตม. แล้วพบว่าทุกคนนั้น มาทำงานกันหมดเลย

หลังจากใช้เวลาที่ด่านตม. 30 นาที เราก็หลุดจากด่านตม. ออกมา ก็ออกมานอกสนามบิน พบกับคุณลุงที่มายืนรอรับเรา 1 ชั่วโมง เพราเครื่องบินดีเลย์ แต่แกไม่บ่นสักคำ

เราเลือกนั่งหน้ากับคุณลุง เพราะตื่นเต้นที่ได้มาปีนังเป็นครั้งแรก คุณลุงยังแนะนำให้นั่งหลังเพิ่อความสะดวกสบายอีกด้วย ฮ่า ๆ

เช้าพักโรงแรม

จากตอนแรกที่คาดว่าต้องนั่งหน้าแห้งรอเช็คอินห้องพัก เราถึงโรงแรมตอน 15.00 น. พอดี ก็สามารถเข้าพักได้เลย

ที่พักที่ทางบริษัทออกให้ชั่วคราว 7 วันนั้นจัดเต็มเลย คือมีอาหารเช้าให้ มีสระว่ายน้ำ ยิม พร้อมครบ เช็คราคาประมาณคืนละ 250 ริงกิต ตีเป็นเงินไทยประมาณ 1,900 บาท

มื้อแรกที่ปีนัง

บริเวณที่พักของเรานั้นหาที่กินยากมาก ส่วนมากจะเปิดกลางวัน เลยไปจอดที่ศูนย์อาหารแห่งหนึ่ง เราสั่งผัดก๋วยเตี๋ยว ราคา 9 ริงกิต (ประมาณ 70 บาท)

ก่อนกลับโรงแรมก็แวะซื้อน้ำอัดลมก่อนกลับโรงแรม

พรุ่งนี้ต้องเข้าสำนักงานเป็นวันแรก จะเป็นอย่างไรนะ


โรงแรมที่ทางบริษัทออกให้ชั่วคราวนั้นไม่ค่อยเพียงพอเท่าไหร่ เพราะว่าภายในระยะเวลา 7 วันนั้น เช้ามาก็ไปทำงาน ตกเย็นก็กลับที่พัก เอาเวลาที่ไหนไปหาก่อน แทนที่จะลดคุณภาพโรงแรมมาเหลือคืนละ 50-90 ริงกิต แต่เลือกเป็น 30 วันยังดีกว่า ประหยัดค่าที่พักไป 1 เดือนอีกต่างหาก เอาเงินค่าที่พักโรงแรมหรูมาจมกับที่พักเพียง 7 วันเป็นความคิดที่แย่มาก

น้องคนไทยที่เพิ่งมาทำงานก็พูดเหมือนกันว่า พักอยู่โรงแรมอย่างดีเลย 7 วัน แต่ก็ไม่พออยู่ดี หาบ้านไม่ทัน ต้องหาโรงแรมเพิ่มเติม