Rapid Transit in Hong Kong
ฮ่องกง เป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ที่มีการแข่งขันด้านการโดยสารสาธารณะที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
ในช่วงที่มีการขยายตัวของ e-hailing หรือแอปฯ รับ-ส่งผู้โดยสาร เช่น Uber, Grab Car หรือ GoJek ที่เราสามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ได้จากจุดที่ต้องการ รวมไปถึงการกระจายแหล่งรายได้ให้กับบุคคลทั่วไป ซึ่งเราสามารถตรวจสอบราคาและตัดสินใจได้ว่า จะซื้อหรือไม่ซื้อ
แน่นอนการมาถึงหรือการเปิดตัวแรก ๆ ของบริการ e-hailing นี้มาพร้อมกับค่าบริการที่มีราคาถูก มีระบบสะสมแต้ม มีการใช้บัตรกำนัล (voucher) เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการเดินทาง ทำให้บริการเรียกรถจำพวกนี้ถูกโฉลกกว่าการเรียกรถแท็กซี่แบบเดิม ๆ ไปเลย
แน่นอน ยิ่งมีผู้ใช้มาก ราคาก็ผกผันตามห่วงโซ่อุปทาน
จนกระทั่งราคาค่าโดยสารเริ่มไม่เป็นมิตรต่อผู้โดยสาร ไม่เหมือนยุคสมัยแรก ๆ ที่เพิ่งเปิดตัวการให้บริการ
เกริ่นมาเยอะ สิ่งที่จะพูดคือ เราเคยศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับระบบรางในฮ่องกง (Hong Kong MRT) แล้วพบว่า daily ridership หรือปริมาณการใช้บริการต่อวันคือ 4-5 ล้านคนต่อวัน
บ้าไปแล้ว เกาะเล็ก ๆ ล้อมรอบไปด้วยทะเลและพื้นที่ภูเขา (New Territories) แทบไม่เหลือพื้นที่สำหรับการอยู่อาศัย แต่ทำไม ridership ระดับหลักล้าน
คำตอบก็คือระบบรางในฮ่องกงนั้น ชาวฮ่องกงส่วนมากมองว่าเป็น default mode ค่าเริ่มต้นสำหรับการเดินทางไปรอบ ๆ เกาะ
เมื่อเหล่า e-hailing มาบริการในฮ่องกง ก็หลอกให้ชาวฮ่องกงตายใจด้วยการให้บริการแบบขาดทุน ยอมลงมาทำระบบเรียกรถออนไลน์ นั่งรถกลับบ้านต่อเดียว ไม่ต้องต่อรถไปวุ่นวายหรือไปจอแจกับคนอื่นบนรถไฟฟ้า แล้วก็ปรับราคาขึ้นมาภายหลังไม่กี่ปี
เจอรัฐบาลฮ่องกงสู้กลับ พร้อมหั่นราคาแบบไม่ให้เหลือซาก หรือที่ยืนในตลาดอีกต่อไป
ตารางค่าบริการรถโดยสารสาธารณะ Uber
วัดระยะทางจาก Wan Chai ไป Chai Wan (12 กิโลเมตร) เจอ Uber เสนอราคาไป 108 เหรียญ (ประมาณ 540 บาท) ถ้านั่งรถไฟฟ้าก็ 9.60 เหรียญ (ประมาณ 48 บาท)
ไงละ Uber ก็เหอะ
ต่างจากสิงคโปร์อย่างไร ?
ส่วนชาวสิงคโปร์เองนั้น ไม่ได้มี default mode ทุกคนก็สามารถนั่งรถแท็กซี่ รถเมล์ หรือซื้อรถยนต์เป็นของตัวเอง
กอปรกับตัวสถานีรถไฟฟ้าในฮ่องกงนั้น สร้างมาเพื่อรองรับกับห้างในบริเวณนั้น ๆ หรือว่าถ้าสถานีใด ๆ ที่ไม่มีอะไรดึงดูดเลย เช่น ตัวสถานีนั้นสร้างมาโดด ๆ เชื่อมต่อกับแหล่งที่อยู่อาศัย ทางรัฐบาลก็จะแก้ไขปัญหาคือ ก็สร้างห้างแม่งตรงนั้นเลย แต่สร้างใต้ดิน คนที่อยู่นอกเมือง ชนบท ไม่ต้องนั่งรถไฟเข้าเมืองเพื่อมาซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนม เพียงแค่เดินลงบันไดเลื่อนมาสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ก็เจอห้างแล้ว
กลับกัน ในประเทศสิงคโปร์ มีการสร้างสถานีรถไฟฟ้าตามแหล่งพื้นที่ต่าง ๆ แต่ว่าไม่มีห้างหรือช็อปในบริเวณนั้น ถ้าอยากจะซื้อสินค้าในห้างสักชิ้น คงต้องนั่งรถไฟฟ้ามาสถานี Orchard