Bad Thing
ชีวิตเหมือนมรสุม แวะมาเขียนแล้วก็จะไม่เข้ามาอ่าน
บทความนี้เราจะเปลี่ยนบล็อกของเราเป็น Brain Dump เอาไว้ระบายแล้วก็ปล่อยจอย
หลังจากที่เกิดอาการจิตตกเล็กน้อยเกี่ยวกับงานที่ทำ ก็เริ่มตั้งสติได้ เริ่มปรับตัวได้ ถือว่าไม่เลวนักสำหรับเราในช่วงวัย 32 ที่พร้อมชนทุกอย่างเกี่ยวกับปีนัง เมืองใหม่แห่งนี้
เราตัดสินใจซื้อจักรยานคันหนึ่ง เนื่องด้วยว่าเราต้องไปทำงานตั้งแต่เช้า รถเมล์โดยสารสาธารณะก็ยังไม่วิ่ง จึงเลือกวิธีประหยัด หลังจากที่นั่งรถแท็กซี่สาธารณะผ่าน Grab มาหลายวันเต็ม
ราคาโคตรแพง 450 เหรียญ ประมาณ 3,200 บาท ซึ่งราคาในเน็ตถูกกว่ากันเยอะเลย
ฺภายในร้านจักรยาน คุณป้ากำลังใส่เท้าให้
ซื้อมาได้ไม่กี่วันนัก ก็ปรากฎว่ายางรถแบนแต๊ดแต๋ คิดในใจ มีใครบางคนปล่อยยางกูหรือเปล่าเนี่ย
ปรากฎว่ายางรั่วจ้า ซื้อมาได้ไม่ถึง 10 วัน ขี้ไม่ถึง 10 ครั้ง ก็รั่ว สงสัยไปเหยียบอะไรสักอย่างตอนปั่นอยู่บนทางเท้า
นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ไปต่อเลย
โน๊ตบุ๊คก็เปิดไม่ติดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ก็เลยเสียบสายชาร์จไฟดู หรือว่าแบตเตอรี่จะหมด
สรุปแบตฯ เสื่อม ชาร์จไฟเข้า 0% แม้ว่าจะชาร์จทั้งวันทั้งคืนก็ตาม
พอไฟมันชาร์จไม่เข้า มันต้องใช้สายชาร์จเสียบอยู่ตลอดเวลา ก็กลายเป็นว่าเครื่องมันจะกระตุก เดิมที่เล่นเกมลื่น ๆ อย่าง Red Alert 2 ก็กลับกลายเป็นว่ากระตุกทุกส่วนเลย เพียงเพราะว่าแบตฯ เสื่อม
กระทะไฟฟ้าที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ที่จะเอาไว้ผัดข้าวผัด เสียบสายเริ่มต้นใช้งานวันแรก หม้อแปลงระเบิด ทำไฟตกทั้งบ้าน ต้องปีนไปสับสวิทช์อีก แต่โชคดีที่มันยังไม่พัง กระทะไหม้เกรียมแทน
หัวแปลงปลั๊กไฟที่ใช้งานมาหลายปีแบบไม่มีปัญหา จะเอามาเสียบชาร์จไฟโทรศํพท์มือถือ ได้ยินเสียงช็อตจี่ ๆ หันไปดู โอ้แม่เจ้า เกิดประกายไฟสีส้มตรงหัวแปลงปลั๊กไฟ โชคดีที่พลาสติกมันไม่ละลาย ไม่งั้นต้องปีนเบรกเกอร์กันอีกรอบ
กลับมาที่เรื่องงานกันต่อ เราก็ทำงานไป 5 วัน เตรียมตัวหยุดพักผ่อน 2 วัน แต่กลับกลายเป็นว่าเราได้หยุดแค่วันเดียว แล้วก็ทำต่ออีก 5 วัน พร้อมไปหยุดอีกทีสัปดาห์หน้า แถมเพื่อน ๆ ก็ขาดงานกัน ทำให้คนทำงานไม่พอ เราทำโอทีเพิ่มเติมอีกวันละ 4 ชั่วโมง 2 วันติด เริ่มงานตี 5 กลับบ้าน 6 โมงเย็น รวม 13 ชั่วโมง
เอาให้สุดไปเลย
บอกตรง ๆ ว่าไม่มีความสุขเท่าไหร่นัก แทบจะระเบิดออกมา แต่รู้ตัวทัน เลยต้องรีบไประบายความเครียดด้วยการเข้าร้านเกมแถวบ้าน จัดเต็ม 3 ชั่วโมง เล่นเกม DotA2 เพราะทุกครั้งที่มาร้านเกมก็จะรู้สึกว่าเรากลับไปใช้ชีวิตสมัยที่มีความสุขมาก ๆ คือช่วงในวัยเรียน
โลกของการทำงานทำไมมันช่างโหดร้ายแท้
จอคอมพิวเตอร์ร้านให้บริการอินเทอร์เน็ต
แต่แพ้รัว ๆ
สรุปเครียดหนักกว่าเดิม ฮ่า ๆ
บ่นไปอย่างนั้นแหละ ค่อย ๆ ทยอยแก้ไปทีละจุด เอาจักรยานไปปะยาง เอาฝอยขัดหม้อมาขัดกระทะ ซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟใหม่ ส่วนโน๊ตบุ๊คนั้นจะซื้อใหม่ไหมก็คงยัง แต่ว่าจะซื้อกล้องถ่ายรูป ว่ะ ฮะ ฮ่า